ธันวาคม 23, 2014, 12:17:59 PM *
ข่าว: กลุ่มเรารักษ์ป่า

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จากนักบินถึงพระธุดงค์ 'ผืนป่าเขาใหญ่' หาย-หลง 'ไม่ธรรมดา'  (อ่าน 9125 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
admin
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
*****
กระทู้: 2680



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: มีนาคม 12, 2009, 05:37:39 PM »


จากนักบินถึงพระธุดงค์ 'ผืนป่าเขาใหญ่' หาย-หลง 'ไม่ธรรมดา'
 
 โล่งใจครอบครัวและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกันไปกรณีหนึ่ง กรณี “พระ สงฆ์หลงป่าเขาใหญ่” ที่ล่าสุดเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือได้แล้วเมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2552 ทั้งนี้ พระสงฆ์ 2 รูป เดินธุดงค์เข้าผืนป่าเขาใหญ่ด้าน จ.นครราชสีมา ในวันที่ 7 มี.ค. ตั้งใจจะธุดงค์ทะลุออกจากผืนป่าไปทางฝั่ง จ.ปราจีนบุรี แต่เกิดหลงป่า จึงได้ใช้โทรศัพท์มือถือโทรฯ ขอความช่วยเหลือ ซึ่งแม้ทางเจ้าหน้าที่จะได้รับแจ้งตั้งแต่คืนวันที่ 7 มี.ค. และจัดทีม ค้นหา-ช่วยเหลือในวันรุ่งขึ้นทันที ค้นหาทั้งทางภาคพื้นและทางอากาศ แต่กว่าจะพบก็ใช้เวลา 2-3 วัน !?!
 
นี่เป็นอีกเครื่องบ่งชี้ความไม่ธรรมดาของป่าเขาใหญ่
 
และยิ่งย้อนดูกรณี “2 นักบินหาย” ยิ่งไม่ธรรมดา !!


ย้อนไปเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2550 เครื่องบินเล็กฝึกบิน พร้อม  ภาคิน ไทยถนอม ครูฝึกการบิน และ รณพ เหลืองวิลาวัณย์ นักบินฝึกหัด ได้ “หายสาบสูญไประหว่างบินผ่านผืนป่าเขาใหญ่” บริเวณรอยต่อ จ.นคร ราชสีมา-จ.นครนายก ในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวน ซึ่งแม้เจ้าหน้าที่และ ครอบครัวจะได้ค้นหาอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง จนก่อนเกิดกรณีพระธุดงค์หลง ป่าก็ยังค้นหาอยู่ ใช้ทั้งวิทยาศาสตร์-ไสยศาสตร์ แต่จนถึงวันที่ทีม “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” จัดทำต้นฉบับชิ้นนี้ คือ 10 มี.ค. 2552 เวลาผ่านไปกว่า 1 ปีครึ่ง ก็ยังไม่พบร่องรอยของเครื่องบินและนักบิน ?!? ซึ่ง ณ ที่นี้ก็ขอร่วมเป็นกำลังใจให้ทางครอบครัวของนักบินที่สูญหาย
 
ขณะเดียวกันก็หวังว่าป่าเขาใหญ่จะไม่ธรรมดาต่อไป
 
หวังว่าจะไม่พ่ายแก่แรงฤทธิ์ผลประโยชน์ของมนุษย์ !!

 
ทั้งนี้ กับผืนป่าเขาใหญ่นั้น เฉพาะส่วนหลักที่เป็น “อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” ก็มีอาณาบริเวณอยู่ในเขตพื้นที่ถึง 4 จังหวัด 11 อำเภอ คือ... อ.มวกเหล็ก อ.แก่งคอย จ.สระบุรี, อ.ปากช่อง อ.วังน้ำเขียว จ.นคร ราชสีมา, อ.นาดี อ.กบินทร์บุรี อ.ประจันตคาม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี, อ.ปากพลี อ.บ้านนา อ.เมือง จ.นครนายก อาณาบริเวณของขุนเขาและผืนป่าแห่งนี้ ได้รับการประกาศ “เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย” เมื่อ 18 ก.ย. 2505 และยังได้รับสมญาว่า “เป็นอุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน”
 
ไม่เท่านั้น !! อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ยังเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่ง ในอุทยานแห่งชาติ 4 แห่ง (เขาใหญ่-ทับลาน-ปางสีดา-ตาพระยา) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 1 แห่ง (ดงใหญ่) กินพื้นที่ 6 จังหวัด คือ... นครราชสีมา, สระบุรี, นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, บุรีรัมย์ มีพื้นที่ราว 3,874,863 ไร่ หรือ 6,155 ตารางกิโลเมตร ที่ยูเนสโกได้รับขึ้นทะเบียน “เป็นมรดกโลก” เมื่อ 14 ก.ค. 2548 เป็นมรดกโลกแหล่งที่ 5 และเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติอันดับที่ 2 ของไทย ภายใต้ชื่อ “ดงพญาเย็น-เขาใหญ่” หรือที่ถูกเรียกขานว่าเป็นผืนป่าตะวันออก
 
กล่าวเฉพาะอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ก็มีเนื้อที่ถึงประมาณ 2,168 ตารางกิโลเมตร ซึ่งประกอบไปด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบแล้ง ป่าดงดิบชื้น ป่าดิบเขา ทุ่งหญ้า และป่ารุ่นหรือป่าเหล่า โดยกับป่าดงดิบชื้นนั้นลักษณะจะเป็นป่าที่อยู่ในระดับความสูง 400-1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีพืชพรรณราว 3,000 ชนิด, นกราว 250 ชนิด และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งเล็ก-ใหญ่ราว 67 ชนิด
 
“บนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ไม่มีภูเขาลูกใดเลยที่มีชื่อว่า เขาใหญ่ ที่มีอยู่และเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีก็คือ เขาร่ม เขาแหลม เขาเขียว เขาสามยอด เขาฟ้าผ่า เขากำแพง เขาสมอปูน และเขาแก้ว” ...นักเขียนอาวุโส อีกหนึ่งผู้สันทัดกรณีเกี่ยวกับเขาใหญ่ สุราษฎร์ ทองมาก เจ้าของนามปากกา “เปลว ปัทมา” บันทึกไว้ในหนังสือชื่อ “เข้าใจ เข้าถึง ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ มรดกโลก” พร้อมเฉลยไว้ว่า...
 
เขาใหญ่เป็นชื่อเรียกรวม ๆ ของเทือกเขาบริเวณนี้ เป็นชื่อ   ที่เรียกขานกันตามชื่อ “ตำบลเขาใหญ่” ที่เคยมี-เคยขึ้นกับ อ.ปากพลี จ.นครนายก แต่ด้วยความที่ตำบลนี้อยู่บนภูเขาสูงกลางป่าดงดิบ ก็ได้กลายเป็น “แหล่งซ่องสุมหลบซ่อนของโจรผู้ร้าย” ทางการจึงได้ตัดสินใจยุบ-ยก เลิกตำบลนี้ อพยพผู้คนลงสู่พื้นล่าง
 
ราวปี 2475 ทางการได้ทำการปราบโจรผู้ร้ายที่ซ่องสุมอยู่ในป่าบนเขาใหญ่ ซึ่ง “ปลัดจ่าง” คือเจ้าหน้าที่ปราบปรามที่ได้รับการยกย่องเป็นอย่างมาก จากการต่อสู้โจรผู้ร้ายอย่างไม่เกรงกลัวอันตราย สามารถกวาดล้าง โจรผู้ร้ายได้ราบคาบ แต่ภายหลังปลัดจ่างก็ได้เสียชีวิตลงด้วยพิษไข้ป่า แล้วต่อมาในปี 2505 ก็ได้มีการสร้างศาลเจ้าพ่อปลัดจ่างขึ้นที่ริมถนนธนะรัชต์ บริเวณกิโลเมตรที่ 24 ใกล้ประตูด่านขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ด้านปาก ช่อง หรือที่รู้จักกันดีในภายหลังว่า “ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่” ซึ่งมีการบวงสรวง ทุกวันที่ 26 ม.ค.
 
ในอดีต “ป่าเขาใหญ่” แห่งดงพญาเย็นหรือ “ดงพญาไฟ” และ “เจ้าพ่อเขาใหญ่” ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นอันดับหนึ่ง รวมถึงเจ้าพ่อต่าง ๆ แห่งป่าเขาใหญ่ที่ก็มีอีกมาก มีเรื่องราว-มีตำนานเล่าขานในหลายแง่มุม รวมถึง “อาถรรพณ์” ซึ่งในรายละเอียดคงไม่อาจแจกแจงได้ ด้วยเนื้อที่มีจำกัด
 
อย่างไรก็ตาม หากจะโฟกัสว่าปัจจุบัน “ความอุดมสมบูรณ์ของป่าเขาใหญ่” ที่เคยอิงอยู่กับความลึกลับ-ลี้ลับ...เป็นเช่นไร ? ก็อย่างที่  เรา ๆ ท่าน ๆ คงพอจะได้ยินข่าวคราวในทางลบอยู่เนือง ๆ ซึ่งประโยคที่ว่า... “เจ้าพ่อเขาใหญ่โกรธกริ้วขัดเคืองใจทำอะไรใครไม่ได้ เพราะลูกหลานเจ้าพ่อที่เป็นเจ้าใหญ่นายโตนั่นแหละ เป็นผู้ทำลายเขาใหญ่เสียเอง” ที่ “เปลว ปัทมา” ระบุไว้ในหนังสือชื่อ “ป่าดิบไพรเดือด” ก็น่าคิด ? 
 
ขอเจ้าพ่อเขาใหญ่โปรดเมตตา...โปรดชี้ร่องรอยผู้สูญหาย
 
ขอเจ้าพ่ออย่าได้เมตตา...อย่าอภัยผู้ทำลายป่าเขาใหญ่ !!.
 
ที่มา :
น.ส.พ.เดลินิวส์ วันที่ 12 มีนาคม 2552
บันทึกการเข้า

ปลูกป่าใช้เวลาร้อยปี  หนึ่งนาทีใช้ตัดฟัน  โปรดช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้
จันทน์ผา
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
***
กระทู้: 3082


กลุ่มเรารักษ์ป่า


ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 16, 2009, 07:52:19 PM »

น่าคิด....!!
บันทึกการเข้า

มนุษย์ควรเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติ มากกว่าจะเรียนรู้เพื่อเอาชนะธรมชาติ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: