กันยายน 09, 2010, 01:29:47 PM *
ข่าว: กลุ่มเรารักษ์ป่า

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: "กลุ่มเรารักษ์ป่า" พบ "พิศวงรยางค์" (Thismia javanica) พันธุ์ไม้ใหม่ใน อช.ทับลาน  (อ่าน 3790 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
จันทน์ผา
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
***
กระทู้: 2493


กลุ่มเรารักษ์ป่า

raorakpar@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2009, 06:20:27 PM »



ในช่วงต้นปี 2551 ผมได้พบดอกไม้ชนิดหนึ่งขึ้นอยู่ในป่าไผ่ ติดกับดินปะปนกับใบไผ่ ดอกสวยงามมาก ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ
ทับลานที่ 3 (ลำแปรง) ผมพยายามถ่ายภาพให้ได้ในครั้งแรก แต่เนื่องจากเป็นเวลาเย็น แสงสว่างไม่เพียงพอ ประกอบกับเป็นดอกไม้ขนาดเล็ก ทำให้ภาพถ่ายที่ได้ ไม่ค่อยคมชัด จากนั้นจึงนำภาพถ่ายที่ได้ไปใช้เป็นข้อมูลในการจำแนกชนิด จึงทราบว่าเป็น "ดอกพิศวงรยางค์" Thismia javanica (J.J. Smith) และเป็นพันธุ์ไม้หายากที่ขึ้นเฉพาะถิ่น และพบเฉพาะในพื้นที่ ผืนป่ามรดกโลก "ดงพญาเย็น-เขาใหญ่"

ด้วยความตั้งใจว่า จะเก็บข้อมูลเรื่องนี้พร้อมกับภาพถ่ายที่ชัดๆ เพื่อเป็นข้อมูลของอุทยานฯ ทับลาน จึงพยายามจะไปติดตามหาอีกครั้ง และต่อมาเมื่อวันที่ 16-17 กรกฎาคม 2551 ผมได้นำน้องๆ ไปดูนก ผีเสื้อ แมลงปอ ฯลฯ จึงได้ตามหา "ดอกพิศวงรยางค์" กันอีกครั้ง และมีน้องๆ (น้องตรี, น้องติ่ง และน้องมะเหมี่ยว) ช่วยกันถ่ายภาพไว้หลายมุม จึงขอนำข้อมูลเกี่ยวกับ "ดอกพิศวงรยางค์" Thismia javanica (J.J. Smith) มาประชาสัมพันธ์ให้ทราบครับ
บันทึกการเข้า

มนุษย์ควรเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติ มากกว่าจะเรียนรู้เพื่อเอาชนะธรมชาติ
จันทน์ผา
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
***
กระทู้: 2493


กลุ่มเรารักษ์ป่า

raorakpar@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2009, 07:53:24 PM »

มีเรื่องราวและข้อมูลเกี่ยวกับดอก "พิศวง" มาบอกเล่าสู่กันฟัง

พิศวง...ชีวิตลึกลับในราวไพร

สำหรับพรรณพฤกษชาติที่น่าสนใจและหายาก และมีโอกาสพบได้เฉพาะช่วงฝนเท่านั้น มีชื่อที่เรารู้จักในภาษาไทยก็คือ พิศวง ทางวิชาการจัดให้อยู่ในสกุล Thismia เป็นพืชมีดอกในกลุ่ม พืชใบเลี้ยงเดี่ยว อดีตเคยถูกจัดไว้ในวงศ์หญ้าข้าวก่ำ (Family Burmaniaceae) ทว่าปัจจุบันแยกออกมาเป็น วงศ์พิศวง (Family Thismiaceae) ซึ่งทุกชนิดในวงศ์นี้เป็นพืชกินซากขนาดเล็ก พืชในวงศ์นี้ทั่วโลกมีอยู่ 10 สกุล ราว 25 ชนิด โดยส่วนใหญ่พบเฉพาะป่าฝนเขตร้อน ยกเว้นทวีปแอฟริกาและยุโรปที่ยังไม่มีรายงานการค้นพบ
สำหรับประเทศไทยพบ 1 สกุล จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ Thismia javanica (J.J. Smith) กับ Thismia mirabilis (K. Larsen) ชนิดนี้ค่อนข้างพบได้ยากกว่า เพราะมันเป็นพืชเฉพาะถิ่นของบ้านเรา

จากที่เห็นทำให้เราทราบว่าพืชในสกุลพิศวง มีขนาดเล็ก ฉ่ำน้ำ มีลำต้นทอดเลื้อยอยู่ใต้ผิวดิน ลำต้นที่แทงขึ้นมาเหนือพื้นดินส่วนใหญ่มักไม่แตกกิ่ง ใบลดรูปลงเหลือเป็นเพียงเกล็ดเล็กๆ กลีบดอกเชื่อมติดกัน หลอดกลีบดอกมี 6 พู แบ่งออกเป็น 2 ชั้น มีรูเปิด 3 รู เกสรตัวผู้มี 3 อัน ไม่ติดกันหรืออาจรวมกันเป็นหลอดเกสรตัวผู้ติดกับโคนหลอดกลีบดอก ผลเป็นแบบมีเนื้อ มีโคนของหลอด กลีบดอกเป็นวงมีก้าน และ ยอดเกสรตัวเมียติดอยู่

ชนิดแรก มีชื่อเรียกตามหนังสือชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทยว่า พิศวงรยางค์ Thismia javanica (J.J. Smith) ดอกสีส้มอ่อน มีเส้นลายสีแดงพาดตามยาวโดยรอบ มีลักษณะงดงามแปลกตายิ่ง ซึ่งชนิดนี้เป็นพันธุ์ไม้ต้นแบบ พบครั้งแรกบนเกาะชวา อินโดนีเซีย

สำหรับในประเทศไทยมีรายงานการพบอยู่หลายพื้นที่ตั้งแต่ใต้สุดจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา–บาลา อุทยานฯ เขาสก เขตรักษาพันธุ์ฯ คลองนาคา อุทยานฯ ไทรโยค อุทยานฯ เขาใหญ่ และผมได้พบอีกหลายแหล่ง คือ อุทยานฯ ปางสีดา อุทยานฯ ศรีพังงา อุทยานฯ ภูจอง–นายอย เขตรักษาพันธุ์ฯ ยอดโดม

ส่วนพิศวงชนิด Thismia mirabilis (K. Larsen) เป็นพันธุ์ไม้เฉพาะถิ่นของประเทศไทย พบได้ค่อนข้างยากกว่าชนิดแรก และมีลักษณะแปลกกว่าดอกไม้ทั่วไป ดอกมีสีดำแกมฟ้า รูปร่างคล้ายคนโท พบขึ้นอยู่ริมลำธารที่มีธาตุอาหารค่อนข้างสมบูรณ์ สำหรับชื่อของชนิดนี้ในภาษลาติน mirabilis แปลออกมาได้ว่า มหัศจรรย์ ซึ่งก็น่าจะเป็นความจริงดั่งชื่อ ซึ่งมีรายงานการพบครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2506 ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ใช้เป็นพันธุ์ไม้ต้นแบบในการอธิบายลักษณะและตั้งชื่อพฤกษศาสตร์ของพืชชนิดนี้ โดยพิศวงสีดำชนิดนี้มีรายงานการพบ 2 ที่เท่านั้น คืออุทยานฯ เขาใหญ่ และบนเกาะช้าง จ. ตราด

ส่วนชนิดที่พบในอุทยานแห่งชาติทับลาน คือ พิศวงรยางค์ Thismia javanica (J.J. Smith)









(ตามภาพตั้งกระทู้ด้านบน และด้านล่างนี้ เป็นภาพที่ถ่ายในอุทยานฯ ทับลาน)
บันทึกการเข้า

มนุษย์ควรเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติ มากกว่าจะเรียนรู้เพื่อเอาชนะธรมชาติ
จันทน์ผา
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
***
กระทู้: 2493


กลุ่มเรารักษ์ป่า

raorakpar@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2009, 08:09:35 PM »

ข้อมูลเพิ่มเติม....

พิศวง  วงศ์
Thismiaceae

 
วงศ์ Thismiaceae เคยถูกจัดให้อยู่ในวงศ์ Burmaniaceae ภายใต้วงศ์ย่อย Thismioideae แต่ในปัจจุบันกลับมาอยู่ในวงศ์เดิม ทั่วโลกมี 4 สกุล 31 ชนิด ลักษณะทั่วไปเป็นพืชกินซาก (saprophyte) ล้มลุกขนาดเล็ก มีใบคล้ายเกล็ด กลีบรวมมีจำนวน 6 เรียง 2 วง ขนาดเท่ากันหรือ 3 กลีบด้านในใหญ่กว่า เชื่อมติดกันคล้ายหมวกมีรูเปิด 3 ด้าน เกสรเพศผู้มี 3 อัน เรียงติดกันเป็นหลอดติดกับวงด้านในหลอด รังไข่อยู่ใต้วงกลีบ เกสรเพศเมียมี 3 แฉก ผลรูปถ้วย เกสรเพศเมียที่ติดทน เมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก ในประเทศไทยพบเพียงสกุลเดียวคือ Thismia มีประมาณ 3 ชนิด

พิศวง  สกุล
Thismia Thismiaaceae

ลักษณะสกุลดูที่ พิศวง สกุล สกุลพิศวงมีเขตการกระจายพันธุ์กว้าง โดยเฉพาะในเขตร้อนชื้น ในประเทศไทยพบอย่างน้อย 3 ชนิด คือ พิศวง Thismia mirabilis K.Larsen, พิศวงแดง Thismia aseroe Becc และ พิศวงระยางค์ Thismia javanica J.J.Sm.

พิศวง
 Thismia mirabilis K. Larsen
 Thismiaaceae

พืชกินซาก (saprophyte) ล้มลุกขนาดเล็ก สูงได้ประมาณ 7 ซม. มีใบคล้ายเกล็ด รูปรีแกมรูปสามเหลี่ยม มี 1-2 ดอก วงกลีบประดับมี 3 กลีบ สีน้ำเงินเข้ม หลอดกลีบรูปคนโทสีเดียวกัน กลีบรวม 6 กลีบ 3 กลีบด้านนอกมีสีขาว รูปลิ้น กลีบด้านในเชื่อมติดกัน มีช่องเปิด 3 ช่อง ด้านบนแบน มีรอยบุ๋มในแต่ละกลีบ เกสรเพศผู้มี 3 อัน เรียงติดกันเป็นหลอดติดห้อยลงด้านในหลอด แกนอับเรณูแบนกว้างมีเหลี่ยมรยางค์เป็นจีบ เกสรเพศเมีย มี 3 แฉก พิศวงมีเขตการกระจายพันธุ์เฉพาะในประเทศไทย พบภูวัว จังหวัดหนองคาย เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา และเกาะช้าง จังหวัดตราด ขึ้นตามดินทราย ริมลำธารในป่าดิบแล้งระดับต่ำ ถึงป่าดิบเขา ระดับความสูงถึง 1200 เมตร

พิศวงแดง
Thismia aseroe Becc.
 Thismiaaceae

 พืชกินซาก (saprophyte) ล้มลุกขนาดเล็ก สูงได้ประมาณ 8 ซม. ลำต้นบางครั้งแตกกิ่ง 1-2 กิ่ง มีใบคล้ายเกล็ด รูปรีใบหอก ยาวถึง 4 มม มี 1-2 ดอก หลอดกลีบรวมรูปกรวยแกมรูประฆัง สีขาวแกมเหลืองขุ่น ยาวประมาณ 1 ซม. กลีบรวมมี 6 กลีบ ขนาดเท่าๆ กัน รูปสามเหลี่ยมขนาดประมาณ 3 มม. ปลายเรียวยาวกว่า 6 มม. สีแดงส้ม เกสรเพศผู้มี 3 อัน เรียงติดกันเป็นหลอดติดห้อยลงด้านใน ตอนปลายมีรยางค์ สั้นๆ 3 อัน แผ่เป็นปีกกว้างกว่าอับเรณู ที่โคนรยางค์มีต่อมน้ำต้อย (nectarines) 2 ต่อม เกสรเพศเมีย มี 3 แฉก ผลรูปถ้วยเป็นริ้ว ยาวประมาณ 5 มม. พิศวงใต้มีเขตการกระจายพันธุ์เฉพาะคาบสมุทรมลายู และเป็นพืชพบใหม่ของไทย (new record) ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา บาลา อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ขึ้นกระจายห่างๆ ในป่าดิบชื้น ระดับความสูงประมาณ 250 เมตร (M. poopath 182, BKF)
 
พิศวงระยางค์
Thismia javanica J.J. Sm.
 Thismiaaceae

พืชกินซาก (saprophyte) ล้มลุกขนาดเล็ก สูงถึง 12 ซม. มีใบคล้ายเกล็ด รูปรีถึงรูปใบหอก มี 1-3 ดอก ทุกส่วนมีสีส้ม วงกลีบประดับมี 3 กลีบ หลอดกลีบรูปคนโท มีสีส้มเข้มเป็นริ้ว ด้านในเป็นแถบยาวเชื่อมกับแนวขวางหลายแนว กลีบรวม 6 กลีบ 3 กลีบด้านในมีรยางค์ ยาว 2-3 ซม. เกสรเพศผู้มี 3 อัน เรียงติดกันเป็นหลอดห้อยลงด้านในหลอด กลายเกสรหยักซี่ฟัน 3 หยัก มีขนด้านบน แกนอับเรณูแบนกว้างมีรยางค์เป็นเหลี่ยม รังไข่รูปรี เกสรเพศเมียมี 3 แฉก ปลายตัด ผลรูปถ้วย สีส้ม ยาวประมาณ 6 มม. เมล็ดรูรี จำนวนมาก พิศวงมีเขตการกระจายพันธุ์กว้างในภูมิภาคมาเลเซีย ในประเทศไทยพบตัวอย่างที่จังหวัดกาญจนบุรี ระนอง จันทบุรี


ที่มา : สำนักงานหอพรรณไม้  กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
อ้างอิง : http://www.dnp.go.th/botany/Web_Dict/detail.aspx?words=%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%87&typeword=group
บันทึกการเข้า

มนุษย์ควรเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติ มากกว่าจะเรียนรู้เพื่อเอาชนะธรมชาติ
กระเต็นน้อย
กล้าไม้
***
กระทู้: 74


เด็กท่องไพร

l3alllek@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 12, 2009, 11:38:17 AM »

อ่อออ ต้นนี้ที่ผมเหยียบไปหลายรอบตอนไปหา อิอิ แล้วก้หลงป่า 5555+
บันทึกการเข้า

ถนอมไว้ ให้คงอยู่ คู่เวลา
admin
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
*****
กระทู้: 1678



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 12, 2009, 11:28:08 PM »

ภาพนี้เป็นชุดที่น้องบอลล์ไปแล้วหลงป่า....เพราะมอบหมายให้ไปตามหา และบันทึกภาพ...แต่ไปลึกเกินไป จึงต้องผจญภัยตามที่เจอกัน....
บันทึกการเข้า

ปลูกป่าใช้เวลาร้อยปี  หนึ่งนาทีใช้ตัดฟัน  โปรดช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้
pupanfa
ยังเป็นเมล็ด
*
กระทู้: 7

www.pupanfa@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2009, 01:24:33 PM »

โห...แค่ชื่อก็ไม่เคยได้ยินแล้ว แต่ดอกแปลกดี เหมือนดาวเทียมเลย
บันทึกการเข้า
จันทน์ผา
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
***
กระทู้: 2493


กลุ่มเรารักษ์ป่า

raorakpar@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2009, 10:54:11 AM »

เป็นพืชเฉพาะถิ่นที่พบเฉพาะในผืนป่าดงพญาเย็น..

และเป็นพืช 1 ใน 16 ชนิด ที่มีเฉพาะถิ่น ซึ่งเป็นความโดดเด่นด้านความหลากหลายทางชีววิทยา ในผืนป่าดงพญาเย็น ที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ นำเสนอคณะกรรมการมรดกโลก จนกระทั่งได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก ในนามกลุ่มป่า "ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่" เมื่อปี 2548 ครับ.
บันทึกการเข้า

มนุษย์ควรเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติ มากกว่าจะเรียนรู้เพื่อเอาชนะธรมชาติ
ดงพญาเย็น
ต้นไม้ระดับกลาง
*****
กระทู้: 218


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 11, 2009, 08:51:27 AM »

เป็นความหลากหลายของชนิดพันธุ์พืชในภูมิภาคนี้

ประเทศไทย จัดอยู่ในประเทศที่ตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรอีกประเทศหนึ่ง ดังนั้น โอกาสที่จะพบพันธุ์พืช หรือพันธุ์สัตว์ชนิดใหม่ๆ จึงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาครับ....

ล่าสุดเมื่อต้นเดือนนี้...ผมเพิ่งโทร.แจ้งไปยัง หน.อุทยานแห่งชาติทับลาน และ หน.ฝ่ายวิชาการ ของอุทยานฯ ทับลาน เพื่อรับทราบแล้ว ซึ่งหลายท่านก็ยังไม่อยากเชื่อ จึงได้แจ้งว่า ได้ถ่ายภาพไว้จำนวนมากพอสมควร และได้ให้กลุ่มนักวิชาการ ช่วยตรวจสอบชนิดและตรวจสอบจากเอกสารหลายๆ แห่งแล้ว ยืนยันตามนี้

อุทยานแห่งชาติทับลาน ยังมีอะไรให้ค้นหา..อีกจำนวนมาก ซึ่งหากพบอะไรใหม่ๆ จะได้นำมาลงประชาสัมพันธ์ให้ทราบตามโอกาสนั้นๆ ต่อไป
บันทึกการเข้า

จะมุ่งมั่นปลูกป่าใหญ่..ในใจคน
Clarity
ยังเป็นเมล็ด
*
กระทู้: 22


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 17, 2009, 10:56:56 AM »

แค่ชื่อของมัน

ก็น่าติดตามแล้วนะคะ

....
บันทึกการเข้า
ตะเคียน 728
tk728
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
*****
กระทู้: 1151


tk1728@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2009, 01:17:25 PM »

พูดถึงดอกพิศวงรยางค์ ก็คิดถึงบรรยากาศวันที่เข้าไปสำรวจนะครับ

ทีมงานเดินทางกันเข้าไปแต่เช้าประมาณ 9 โมงเศษ ๆๆครับ

โดยการนำของพี่ติ่ง(ไม่อาจเอ่ยชื่อเลย เสียหมาหมด  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม )

หลังจากที่พวกเราเดินทางกันเข้าไปได้ประมาณสัก ครึ่งชั่วโมงเราก็พบดอกไม้ชนิดหนึ่งครับตามภาพที่คุณจันทน์ผาลงไว้

พวกเราก็เดินเหยียบบ้าง ผ่านบ้าง ถ่ายรูปบ้างตามความชอบของแต่ละคน

ด้วยความที่ไม่รู้ว่าดอกนั้นคือดอกอะไร เราก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจ

ผู้นำของพวกเราก็พาเดินเข้าป่าไปเรื่อยๆๆ โดยไม่ได้บอกหลอกครับว่าดอกนั้นคือดอกพิศวงรยางค์(รู้หรือไม่เราก็ไม่รู้ กำ กำ )

จนเดินไปไกลออกไปเรื่อย ๆ ครับได้ประมาณสัก 2 ชั่วโมงเราก็ยังไม่พบดอก พิศวงรยางค์ นั้นเลย(ในความรู้สึกนะครับ)

จนเวลาผ่านไปบ่าย 2 กว่าๆ ทุกคนเริ่มอยากกลับกันแล้วครับ เพราะฝนก็ตก เป็นห่วงกล้องก็ห่วง เป็นห่วงน้อง ๆที่เดินทางด้วยก็ห่วง

จนต้องเอ่ยปากชวนพี่ติ่งกลับครับ เวณกรรมครับ พวกเราหาทางกลับกันไม่ได้ (หลงแล้วซิเนี่ย)

ในก็กลัวครับ แต่ก็ปากแข็งเพราะกลัวน้อง ๆจะกลัว เพราะตลอดเส้นทาง

เราจะเจอเหมือนลอยสัตว์ชนิดหนึ่งเป็นสัตว์ตัวใหญ่(สัญนิฐานนะครับจากความรู้สึกและประสบการณ์)

เหมือน ๆกับลอยคนที่มาเก็บหน่อไม้ครับ (ก็ได้แต่บอกน้อง ๆว่า คนมาหาหน่อไม้  ฮืม )

คนนำทางเราก็เดินตามเส้นทางคน ไม่เจอแล้วครับ เลยเดินทางเส้นทางหมูป่าบ้าง เผื่อมันจะทุลุได้

เดินกันวกไปวนมาหลายรอบครับเราพยายามเอากล้อมดิจิตอลที่ถ่ายภาพไว้มาดูหลายครั้งแต่ก็เดินกลับมาที่เดิม

ข้ามน้ำที่เดิม(ตรงที่เรากรอกน้ำไปดื่มกัน) ทุกคนก็เริ่มใจไม่ดี ไม่ได้เอาอะไรมาสักอย่าง

ไฟฉาย ไฟแชค อุปกรณืทำครัวทุกชนิด มาแต่ตัวเปล่า พร้อมมีดเท่านั้น

จนในที่สุดเกือบ 5 โมงเย็นครับพวกเราก็จุดไต้ตำตอ หาเส้นทางออกได้

++++  ความเห็นส่วนตัวนะครับ++++

จากหลายคำพูด เรื่องแปลก ๆๆ ตั้งแต่เดินเข้าป่าแล้วครับ พี่ติ่งพูดว่า " ดีน้อหลงป่ามาตายเลยมึง ไม่ได้เตรียมไรกันมาเลย "
พอออกจากป่าได้ น้องเหมี่ยวบอกว่า "ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพี่เน้มของพวกเราขอให้เจอเส้นทางออกหน่อย"

คำพูดเหล่านี้คือคำพูดที่ให้เราหลง และ เราออกมาจากป่าได้ เป็นความเชื่อของพรานหลายคนที่เคยเล่าประสบการณืให้ฟัง
เรื่องของคำพูดที่ไม่สมควรจะพูด และความขัดแย้งกันในป่า
บันทึกการเข้า
จันทน์ผา
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
***
กระทู้: 2493


กลุ่มเรารักษ์ป่า

raorakpar@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2009, 10:20:30 AM »

บอกจุดพิกัดอย่างชัดเจน...
บริเวณ..รอบๆ ฝายชะลอน้ำที่ทำกัน....
ลักษณะของต้นไม้ชนิดนี้ คุณติ่ง (HS3GER) ก็ร่วมพบเห็นตั้งแต่ครั้งแรกด้วย ทราบตำแหน่งพิกัดที่เคยพบเป็นอย่างดี เพียงแต่เป็นตอนเย็น...แสงไม่ค่อยพอ ทำให้ถ่ายภาพไม่ค่อยชัด หากจะนำไปใช้ทำสื่อหรือประชาสัมพันธ์ต่างๆ....

นี่เล่นเดินค้นหาทั้งป่า....จะมีเหลือหรือ...? หลงสิครับท่าน....ฮ่าๆๆๆ..............
บันทึกการเข้า

มนุษย์ควรเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติ มากกว่าจะเรียนรู้เพื่อเอาชนะธรมชาติ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

"