มีนาคม 30, 2017, 07:42:10 PM *
ข่าว: กลุ่มเรารักษ์ป่า

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กรมอุทยานฯ เผยยึดผืนป่าคืนกว่าหมื่นไร่แล้ว  (อ่าน 833 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
admin
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
*****
กระทู้: 2694



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2014, 07:41:42 PM »

กรมอุทยานฯ เผยยึดผืนป่าคืนกว่าหมื่นไร่แล้ว

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า นับแต่ กรมอุทยานแห่งชาติ  ได้เอาจริงเอาจังกับการจัดการขบวนการบุกรุกที่ดินของรัฐ โดยเฉพาะพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยมีการสร้างรีสอร์ต และบ้านพักตากอากาศ นั้น เวลานี้สามารถยึดคืนพื้นที่เหล่านั้นได้แล้วมากกว่า 10,000 ไร่ด้วยกัน และอยู่ระหว่างการดำเนินการอย่างเข้มข้นทั่วประเทศ สำหรับพื้นที่ที่ยึดคืนได้เป็นที่ใดบ้าง จะรวบรวมรายละเอียดและแจ้งให้ทราบเร็วๆนี้

"พื้นที่ ที่ยึดคืนมาได้นั้น เบื้องต้น จะเข้าไปปลูกป่าทดแทน ให้พื้นที่ฟื้นคืนมาเป็นป่าเหมือนเดิมให้เร็วที่สุด ส่วนพื้นที่ใดที่ยังมีการก่อสร้าง มีสิ่งปลูกสร้างติดอยู่ เมื่อคดีความต่างๆสิ้นสุดก็จะเข้าไปรื้อถอนเร็วที่สุด พื้นที่ใหญ่ๆที่สามารถยึดคืนได้แล้วเวลานี้ เช่น สวนส้ม ในอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จ.เชียงใหม่ ประมาณ 1 พัน ไร่ พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ป่าดงใหญ่ จ.บุรีรัมย์ และพื้นที่หาดในยาง ในอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จ.ภูเก็ต โดยพื้นที่หาดในยางนั้น ได้ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปเคลียร์พื้นที่ให้เป็นชายหาดเปล่าๆไม่มีร้านค้า รถเข็ญ หรือเตียงผ้าใบ วางระเกะระกะอีกแล้ว ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปพักผ่อน เดินเล่นได้เต็มที่ ไม่ต้องจ่ายค่าเตียงผ้าใบอีกต่อไป"นายนิพนธ์ กล่าว

เมื่อถามเรื่องที่เวลานี้พบว่า ผางามรีสอร์ต ซึ่งเป็นรีสอร์ต ที่มีการพิสูจน์ชัดเจนแล้วว่า มีการบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน โดยศาลก็ตัดสินออกมาชัดเจนแล้ว แต่รีสอร์ตดังกล่าว ยังมีการโปรโมทให้นักท่องเที่ยวเข้าไปพักอยู่ จะมีการดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร นายนิพนธ์ กล่าวว่า ความจริงแล้วหัวหน้าอุทยานฯในพื้นที่ควรจะดำเนินการเรื่องนี้ คือสั่งปิด แต่ยังไม่ต้องรื้อจนกว่าคำสั่งจะออกมาชัดเจน ซึ่งเวลานี้ทางกรมอุทยานฯอยู่ระหว่างทำหนังสือขอความเห็นชอบจากคสช. แต่ก็พยายามเข้าใจว่า ในพื้นที่อาจจะมีกำลังไม่เพียงพอ

"ถึงอย่างไรรีสอร์ตที่บุกรุกอุทยานฯเราต้องรื้อทิ้งทั้งหมด รับรองว่า กรมอุทยานฯไม่ได้ทำแค่แย็บแล้วหนี หรือแย็บแล้วถอย แต่เราต้องการจะน็อคทั้งหมด ซึ่งเมื่อเอกสารทุกอย่างพร้อม เราจะน็อคทันที ไม่ต้องห่วง"นายนิพนธ์ กล่าว

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ และแกนนำทีมพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมีการประชุมตัวแทนแต่ละภาคส่วนที่จะเข้ามาช่วยดำเนินการแก้ปัญหาเชิงรุกเรื่องการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ประกอบด้วย ตัวแทนจากทุกภาคของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอรมน.) กรมอุทยานแห่งชาติฯ กองทัพเรือ ตัวแทนจากสำนักงานจเรตำรวจ ตัวแทนแต่ละกองทัพภาค ตัวแทนจากกรมที่ดิน และกรมป่าไม้ โดยทีมงานพยัคฆ์ไพร โดยที่ประชุม ได้หารือเรื่องการปรับแนวทางการทำงานเพื่อยึดคืนพื้นที่ป่าร่วมกัน โดยให้ยึดหลัก รวมกันตี แยกกันปฏิบัติ ซึ่งการปฏิบัติงานนี้ต้องยึดถือ 2 แนวทาง คือ 1. ประสานข้อมูลกันเพื่อเกิดความรวดเร็วในการดำเนินการ 2.ไม่ให้กระบวนการทำงานทั้งหมดกระทบกับชาวบ้านที่ยากจนและประกอบการสุจริต

นายชีวะภาพ กล่าวว่า ที่ประชุมได้กำหนดพื้นที่สำคัญตามกลุ่มป่าที่ถือว่ามีปัญหาหนักและต้องให้ความสำคัญเป็นกรณีพิเศษต้องเข้าปฏิบัติการเร่งด่วน คือ 1.กลุ่มป่าสาละวิน ที่ จ.แม่ฮ่องสอน มีประเด็นคือ เวลานี้เข้าสู่ฤดูฝน คาดการณ์ว่า จะมีกลุ่มผู้ลักลอบตัดไม้เข้าไปปฏิบัติการณ์ลักลอบตัดไม้หนักขึ้นอีก จึงต้องเตรียมการทั้งแผนรับมือ และแผนในเชิงรุกเพื่อป้องกันขบวนการนี้ รวมทั้งยับยั้งไม่ให้ขบวนการตัดไม้นี้เข้าไปในพื้นที่ได้ก็จะดีที่สุด 2.กลุ่มป่าใน จ.ลำปาง สุโขทัย แพร่ น่าน และอุตรดิตถ์ เป็นพื้นที่ที่มีการตัดไม้เนื้อแข็งประเภท ประดู่ ชิงชัน เพื่อการส่งออกมากที่สุด 3.กลุ่มบุกรุกที่ดิน ทำลายป่า เพื่อทำสวนยาง หรือสวนปาล์ม กรณีนี้มีอยู่หลายพื้นที่ทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะภาคใต้เท่านั้น 4.กลุ่มป่า จ.พิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครราชสีมา ที่มีการบุกรุกพื้นที่แปลงใหญ่ สร้างรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศ 5.พื้นที่ป่าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เป็นแหล่งไม้พะยูงทั้งหมด 6.พื้นที่ป่าภาคกลาง เน้น จ.สระบุรี ราชบุรี 7.พื้นที่ภาคใต้ เน้นที่ จ.ภูเก็ต และพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดน

"ทางกลุ่มพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ เสนอในที่ประชุมว่า กรมป่าไม้จะรับดำเนินการคดีพิเศษที่มีความซับซ้อน โดยก่อนเข้าไปดำเนินการจะตรวจสอบข้อมูล และประวัติกลุ่มเป้าหมายก่อนว่าเป็นอย่างไร พื้นที่ ที่กำลังดำเนินการหลักๆคือ ที่ จ.ภูเก็ต และ จ.สระบุรี ซึ่งทั้ง 2 แห่งค่อนข้างจะซับซ้อน โดยเฉพาะเรื่องการออกเอกสารสิทธิที่ทำกิน อย่างไรก็ตามเวลานี้ ได้รับความร่วมมือจากกรมที่ดิน ในการเข้ามาช่วยตรวจสอบเอกสารสิทธิ คาดว่าปมที่มีอยู่จะคลี่คลายได้เร็ววันแน่นอน"นายชีวะภาพ กล่าว
 
ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด / ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗
บันทึกการเข้า

ปลูกป่าใช้เวลาร้อยปี  หนึ่งนาทีใช้ตัดฟัน  โปรดช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: