กรกฎาคม 28, 2017, 05:48:28 PM *
ข่าว: กลุ่มเรารักษ์ป่า

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นักวิชาการ ไม่เห็นด้วย พะยูง ชิงชัน เป็นไม้หวงห้าม  (อ่าน 785 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
admin
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
*****
กระทู้: 2694



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2014, 10:52:56 AM »

นักวิชาการ ไม่เห็นด้วย พะยูง ชิงชัน เป็นไม้หวงห้าม

กรณีที่ สำนักงานเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์(ไซเตส) มีคำสั่งให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ควบคุมการค้างาช้างในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้องออกกฏหมายกำหนดให้จดทะเบียนงาช้างภายในประเทศและระเบียบการอนุญาตการค้างาช้าง รวมทั้งติดตามตรวจสอบการค้างาช้างและทำข้อมูลงาช้างที่มีประสิทธิภาพมากกว่าที่ผ่านมาทั้งหมดต้องทำให้เสร็จภายในวันที่31มีนาคม2558 มิฉะนั้น ไซเตส จะระงับสินค้าส่งออกของประเทศไทยทั้งหมดที่อยู่ในข่ายที่ต้องขออนุญาตไซเตส โดยทางกรมอุทยานฯยืนยันว่า ได้ทำเรื่องนี้แล้ว แต่ขั้นตอนการออกกฏหมายปกติล่าช้ามาก จึงขอให้ทางคณะรักษาความสบแห่งชาติ(คสช.)ช่วยดำเนินการเรื่องนี้ด้วยนั้น

นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯให้สัมภาษณ์ว่า เนื่องจากเวลานี้มีรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวออกมาแล้ว ตนจึงสั่งการเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ ให้ทางฝ่ายกฏหมาย ดำเนินการ 2 ทาง ควบคู่กันไป คือ ทางหนึ่งเร่งส่งเรื่องให้กับกรมป่าไม้ ที่จะเป็นตัวแทนของทส.ทำหน้าที่รวบรวมเรื่องเร่งด่วนทุกเรื่องจากทุกหน่วยงาน ส่งให้ทางคสช.อีกทางหนึ่งคือ ส่งไปตามขั้นตอนปกติ และให้ทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)เป็นผู้พิจารณา อยู่ที่ว่า ทางไหนจะพิจารณาก่อน ซึ่งผลก็จะออกมาเหมือนกัน

เมื่อถามว่ากรณีที่ ต้องให้ทางสนช.พิจารณานั้น เนื่องจากมีเรื่องให้สนช.พิจารณาจำนวนมากจากหลายหน่วยงาน กรณีกฏหมายค้างาช้าจะล่าช้าเกินกำหนดที่ไซเตส กำหนดเอาไว้หรือไม่ นายนิพนธ์กล่าวว่า ไม่น่าจะล่าช้าถึงขนาดนั้น เพราะเป็นการพิจารณาแค่สภาเดียวเท่านั้น จึงไม่ต้องกลัวว่าจะล่าช้าไม่ทันการที่ไซเตสกำหนด คาดว่าหากเข้าสู่การพิจารณาจริงๆไม่น่าจะใช้เวลามากกว่า 3 เดือน

"เวลานี้มีทางสมาคมผู้ส่งออกกล้วยไม้ไทย ได้แสดงความวิตกกังวลเรื่องของการส่งออกกล้วยไม้ไทย ผมก็ได้ทำหนังสือแจ้งผ่านไปยังกระทรวงพาณิชย์แล้วว่า ไม่ต้องกังวล เพราะกรมอุทยานฯจะดำเนินการเรื่องนี้เต็มที่ ไม่ยอมให้ไซเตสต้องมาระงับการซื้อขายสินค้าในบัญชีไซเตสอย่างเด็ดขาด เพราะมิฉะนั้นแล้วประเทศจะได้รับความเสียหายอย่างมาก และหากปัญหานี้เกิดขึ้นมาแล้วแก้ยากด้วย ดังนั้น ควรจัดการไม่ให้เกิดปัญหาจะดีที่สุด การที่ทางไซเตสเตือนมาเป็นเรื่องที่ดี เพราะบางประเทศเขาไม่เตือน แต่ใช้วิธีแบนสินค้าเลยซึ่งเสียหายหนักมาก" นายนิพนธ์ กล่าว

สำหรับกรณีที่ ทาง คสช.ได้ออกประกาศให้ไม้พะยูง เป็นไม้หวงห้ามประเภท ก.คือ ห้ามครอบครอง จำหน่ายหรือขาย โดยถ้าครอบครองไม้พะยูงที่เป็นไม้ท่อนเกิน 4 ลูกบาศก์เมตร หรือไม้แปรรูปเกิน 2 ลุกบาศก์เมตร โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-20 ปี ปรับ 5 หมื่น ถึง 2 ล้าน บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นั้น มีนักวิชาการป่าไม้คือ ผศ.บุญวงศ์ ไทยอุตส่าห์ ที่ปรึกษาศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุค ศูนย์วิจัยป่าไม้ว่า เห็นว่าการนำไม้พะยูงเข้าเป็นไม้หวงห้ามตามมาตรา 7 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 อาจไม่เป็นผลดีต่องานส่งเสริมการปลูกป่า หรือ การเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศเนื่องจากขั้นตอนการขออนุญาตในการปลูก การตัด ที่ยุ่งยาก ทำให้ประชาชนขาดแรงจูงใจในการปลูก

ในทางกลับกัน ผศ.บุญวงศ์ยั งเห็นว่าหากมีการนำไม้สัก ไม้ยางนา ออกจาก ไม้หวงห้ามประเภท ก. จะเป็นการส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจให้ภาคประชาชน เอกชน มีความต้องการปลูกมากขึ้น เช่นเดียวกันกันกับไม้พะยูง หากนำเข้าเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ก็อาจจะประสบปัญหาเช่นเดียวกับ ไม้สัก และไม้ยางนา ที่อดีตที่ผ่านมาพบว่าไม่ประสบผลสำเร็จในการส่งเสริมการปลูกในภาคเอกชน ดังในในฐานะที่เป็นนักวิชาการด้านการปลูกป่า จึงยืนยันว่า หากรัฐยังต้องการให้ประชาชนปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ ลดการตัดไม้ จากป่าธรรมชาติ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ เพิ่มแหล่งดูดซับคาร์บอนให้โลก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง ผ่อนคลาย ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในการปลูกไม้สัก ไม้ยางนา หรือแม้แต่ ไม้พะยูง ชิงชัน ก็เช่นเดียวกัน นั้น

นายนิพนธ์ กล่าวว่า ในแง่การรักษาไม้พะยูงที่ตอนนี้ถูกรุกรานอย่างหนัก กรมอุทยานฯมีความจำเป็นที่จะต้องทำเช่นนี้ ส่วนเรื่องการปลูกป่าการครอบครองนั้น หากมีความสุจริตในใจที่จะทำ การเข้ามาแจ้งครอบครองต่อกรมอุทยานฯตามขั้นตอนก็สามารถดำเนินการได้

ที่มา : น.ส.พ.มติชน / ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗
บันทึกการเข้า

ปลูกป่าใช้เวลาร้อยปี  หนึ่งนาทีใช้ตัดฟัน  โปรดช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: