พฤษภาคม 28, 2017, 04:24:36 AM *
ข่าว: กลุ่มเรารักษ์ป่า

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ไซเตสจี้ไทยควบคุมค้างาช้าง  (อ่าน 638 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
admin
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
*****
กระทู้: 2694



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2014, 05:52:09 PM »

ไซเตสจี้ไทยควบคุมค้างาช้าง

เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานฯ แถลงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการลักลอบตัดไม้พะยูงว่า กรมอุทยานฯ ประสบความสำเร็จในการผลักดันไม้พะยูงเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก ซึ่งห้ามครอบครอง จำหน่าย หรือขาย ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 1-20 ปีเท่าเดิม แต่เพิ่มโทษปรับจาก 5,000-200,000 บาท เป็น 50,000-2,000,000 บาท การแก้กฎหมายจะทำให้การลักลอบตัดไม้พะยูงเบาบางลง และทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายนิพนธ์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7-11 ก.ค.ที่ผ่านมามีการประชุมกรรมการบริหารอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) ครั้งนี้ 65 ที่นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส มีมติเร่งด่วนให้ไทยควบคุมการค้างาช้างให้มีประสิทธิภาพ โดยสั่งให้ออกกฎหมายกำหนดให้จดทะเบียนงาช้างภายในประเทศ และมีระบบการอนุญาตค้างาช้าง ซึ่งต้องรายงานผลการดำเนินงานเหล่านี้ให้สำนักงานเลขาธิการไซเตสพิจารณาภายในวันที่ 15 ม.ค. 2558 หากไม่สามารถดำเนินการได้เสร็จภายในวันที่ 31 มี.ค. 2558 จะระงับการค้าขายสัตว์และพืชตามบัญชีไซเตสกับไทยทั้งหมด

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวต่อว่า หลังทราบเรื่องได้เรียกประชุมส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ตลอดจนสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทั่วประเทศติดตามตรวจสอบร้านค้างาช้าง ให้ประกอบกิจการตามระเบียบและกฎหมายที่มีอยู่ นอกจากนี้ที่ประชุมได้ทำร่างกฎหมาย 2 ฉบับ เสนอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อพิจารณาและประกาศใช้โดยเร่งด่วน ประกอบด้วย 1.ร่างประกาศ คสช. ฉบับที่.../2557 เรื่องการครอบครองและการค้างาช้างที่ได้มาจากสัตว์พาหนะ และร่างประกาศ คสช. ฉบับที่.../2557 เรื่องกำหนดให้ช้างแอฟริกาเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือประเทศไทยเป็นทางผ่านหรือเส้นทางการค้างาช้าง โดยเฉพาะงาช้างแอฟริกา เมื่อเจ้าหน้าที่จับผู้ต้องหาและของกลางได้มักไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าของกลางที่จับได้มาจากแอฟริกาจริงหรือไม่ จึงไม่สามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้ และทำให้เกิดปัญหาการลักลอบค้างาช้างกันอย่างต่อเนื่อง แต่หากแก้กฎหมายให้ช้างแอฟริกาเป็นสัตว์คุ้มครอง เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการตามกฎหมายไทยได้ทันทีŽ นายนิพนธ์กล่าว

ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด / ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗
บันทึกการเข้า

ปลูกป่าใช้เวลาร้อยปี  หนึ่งนาทีใช้ตัดฟัน  โปรดช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: