พฤษภาคม 28, 2017, 04:25:59 AM *
ข่าว: กลุ่มเรารักษ์ป่า

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ศาลปกครองตัดสินกรณีขยายถนนเขาใหญ่ ให้ทางหลวง-คมนาคมปลูกต้นไม้ทดแทน  (อ่าน 6916 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
admin
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
*****
กระทู้: 2694



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 07:19:35 PM »

ศาลปกครองสั่งทางหลวง-คมนาคมปลูกต้นไม้ทดแทนถนนธนะรัชต์ขึ้นเขาใหญ่

ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้กรมทางหลวง และกระทรวงคมนาคม ร่วมกันนำต้นไม้ขนาดและชนิดเดียวกันที่ตัดทิ้งบนถนนธนะรัชต์ ทางขึ้นเขาใหญ่ ปลูกทดแทนตามจำนวนที่โค่นเพื่อขยายถนนระยะทาง 8 กม.ภายใน 60 วัน     

วันนี้ (16 พ.ค.) ที่สำนักงานศาลปกครอง ศาลปกครองกลาง โดย นายเสน่ห์ บุญทมานพ ตุลาการเจ้าของสำนวน พร้อมด้วยนายนิทัศน์ จูยืนยง และนายวิโรจน์ ปรีชาพันธ์ ตุลาการศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาให้กรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคม ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองร่วมกันนำต้นไม้ชนิด ประเภท และขนาดเดียวกันหรือใกล้เคียงกันในจำนวนที่เท่ากันกับต้นไม้ที่ถูกตัดโค่นไปแล้วตามแนวถนนเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2090 ช่วงกิโลเมตรที่ 2 ถึง 10.1 หรือ ถนนธนะรัชต์ (ปากช่อง-อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่) บริเวณต่อเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเป็นเส้นทางที่เข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว ไปปลูกทดแทนตามเขตแนวถนนดังกล่าว โดยให้เริ่มดำเนินการภายใน 60 วัน นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด เพื่อให้มีสภาพใกล้เคียงกับของเดิมให้มากที่สุด     

ทั้งนี้ คดีนี้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนกับพวกที่เป็นชาวบ้านรวม 130 คน ยื่นฟ้องกรมทางหลวง และกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 กรณีอนุมัติให้กับบริษัท ราชสีมาบวร (1996) จำกัด ก่อสร้างและปรับปรุงขยายผิวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2090 จากเดิม 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร วงเงิน 9,736,342.01 บาท โดยอ้างเหตุเพื่อรองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นและเพื่อช่วยลดอุบัติเหตุ ซึ่งเคยบูรณะใหญ่เมื่อปี 2535 อายุการใช้งาน 16 ปี โดยในปี 2552 พบการจราจรเฉลี่ย 8,018 คันต่อวัน โดยการอนุมัตินั้นกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ไม่จัดทำรายงานศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ (EIA) และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสุขภาพ หรือ เอชไอเอ (HIA) ตามรัฐธรรมนูญ ปี 50 มาตรา 67 วรรค 2 และไม่ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้เสียอย่างถูกต้อง       
           
โดยศาลพิจารณาข้อเท็จจริงประกอบกฎหมาย ระเบียบ ที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2090 ตอนแยกทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนบายพาสมิตรภาพ-ปากช่อง) ถึงต่อเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ระยะทาง 23.00 กิโลเมตร ซึ่งมีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ถึง ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ใช้เป็นเส้นทางสำหรับเดินทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อเดือนกรกฎาคม 2548 แต่ถนนช่วงที่เป็นพิพาทจำนวน 8.100 กิโลเมตรนั้น อยู่ช่วงต้นถนน จึงชัดเจนว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จึงไม่เข้าข่ายโครงการที่จะต้องจัดทำอีไอเอ ตามมาตรา 46 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 แต่อย่างใด   
           
แต่เนื่องจากโครงการดังกล่าวเป็นโครงการของรัฐตามความหมายข้อ 4 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นประชาชน พ.ศ. 2548 ที่กำหนดว่าก่อนเริ่มดำเนินโครงการของรัฐต้องจัดให้มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุผลความจำเป็น วัตถุประสงค์และสาระสำคัญของโครงการ ผู้ดำเนินการ สถานที่ ขั้นตอน และระยะเวลาที่จะดำเนินการ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียงให้ประชาชนทราบ รวมทั้งให้หน่วยงานของรัฐประกาศข้อมูลดังกล่าวในระบบเครือข่ายสาระสนเทศที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจัดให้มีระเบียบดังกล่าวด้วย โดยข้อ 12 ของระเบียบดังกล่าวยังให้หน่วยงานรัฐต้องจัดทำสรุปผลรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและประกาศให้ทราบภายใน 15 วัน       
         
แม้คดีนี้พบว่ากรมทางหลวงผู้ถูกฟ้องที่ 1 มีหนังสือลงวันที่ 23 ม.ค. 2553 ก่อนการประกวดราคาจ้าง เชิญหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำชุมชน ภาคเอกชน สถานศึกษา สื่อมวลชนและผู้แทนของกรมทางหลวง และประชาชนในพื้นที่รวม 154 คน เข้าประชุมเพื่อแสดงความคิดเห็นในวันที่ 16 ก.พ. 2553 ที่ห้องประชุม อบต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง โดยอ้างว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยให้ดำเนินโครงการดังกล่าว แต่ก็ไม่ได้ปรากฎรายชื่อที่อยู่พร้อมหลักฐานอื่นของผู้เข้าร่วมประชุมที่จะยืนยันว่ามีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมจริง และไม่มีรายละเอียดที่แสดงให้เห็นอย่างเพียงพอว่าหน่วยงานรัฐได้มุ่งให้ประชาชนมีความเข้าใจที่ถูกต้องของรัฐตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี อีกทั้งไม่มีการจัดทำสรุปผลความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุมที่ต้องประกาศให้ประชาชนทราบภายใน 15 วันตามขั้นตอน จึงเห็นว่าการจัดประชุมนั้นไม่ถูกต้อง แต่ผู้ฟ้องไม่ได้มีคำขอให้เพิกถอนการกระทำที่ไม่ถูกต้องดังกล่าว     
         
แต่อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 97 บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เป็นการทำลายหรือเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นของรัฐและสาธารณสมบัติของแผ่นดินมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ เมื่อผู้ถูกฟ้องทั้งสองและหน่วยงานในพื้นที่ได้ตรวจสอบเพื่อจะทำการขุดล้อม ถอนต้นไม้ทั้งสองข้างทางหลวงที่เป็นข้อพิพาทดังกล่าวเพื่อจะนำไปปลูกในราชการตามข้อเสนอแนะของกรมป่าไม้ แต่ภายหลังสรุปว่าไม่สามารถดำเนินการด้วยเหตุผลต่างๆ โดยไม่ปรากฏว่าได้มีความพยายามที่จะดำเนินการเท่าที่จะทำได้     
           
ดังนั้นเห็นว่าเมื่อผู้ถูกฟ้องทั้งสองไม่ได้ตระหนักถึงการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลในขณะนั้นเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การคุ้มครองและฟื้นฟูพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความสำคัญเชิงระบบนิเวศ จึงเห็นสมควรที่จะต้องให้ทำการเยียวยาความเสียหายในส่วนนี้ โดยให้นำต้นไม้ชนิด ประเภท และขนาดเดียวกันหรือใกล้เคียงกันในจำนวนที่เท่ากันกับต้นไม้ที่ถูกตัดโค่นไปแล้วตามบัญชีที่ได้มีการสำรวจและบันทึกไว้เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2552 ไปปลูกทดแทนตามแนวถนนเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2090 ช่วงกิโลเมตรที่ 2 ถึง 10.1 (ถนนธนะรัชต์) รวมระยะทาง 8.100 กม.บริเวณต่อเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ซึ่งเป็นเส้นทางที่เข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว โดยให้เริ่มดำเนินการภายใน 60 วัน นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุดเพื่อให้มีสภาพใกล้เคียงกับของเดิมให้มากที่สุด ส่วนที่ผู้ฟ้องขอให้ผู้ถูกฟ้องนำไม้ไปปลูกทดแทนจำนวนไม่ต่ำกว่า 10,000 ต้นนั้นผู้ฟ้องไม่มีรายละเอียดที่จะให้ศาลพิจารณาได้     
         
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้เป็นเพียงคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น ขณะที่ตามกฎหมายคู่ความยังสามารถยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลปกครองสูงสุดได้ภายใน 30 วัน หากไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลชั้นต้น

(น.ส.พ.ผู้จัดการออนไลน์ / ๑๖ พ.ค.๕๖)
บันทึกการเข้า

ปลูกป่าใช้เวลาร้อยปี  หนึ่งนาทีใช้ตัดฟัน  โปรดช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้
admin
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
*****
กระทู้: 2694



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 07:21:57 PM »

ศาลปกครองตัดสินกรณีขยายถนนเขาใหญ่

สำนักข่าวไทย 16 พ.ค.-ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา กรณีสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กับพวกขอให้ระงับโครงการขยายถนนธนะรัชต์ มุ่งสู่เขาใหญ่ ให้เพียงนำต้นไม้ในขนาดและจำนวนใกล้เคียงของเดิมกลับมาปลูก

ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา กรณีสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ร่วมกับพวกรวม 130 คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง กรมทางหลวง เป็นจำเลยที่ 1 และกระทรวงคมนาคมเป็นจำเลยที่ 2 หลังจากที่อนุญาตให้บริษัทเอกชนขยายทางหลวงหมายเลข 2090 หรือถนนธนะรัชต์ เพื่อมุ่งสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ระยะทาง 8.1 กิโลเมตร ด้วยการตัดโค่นต้นไม้ข้างทาง สร้างความเสียหายให้กับทรัพยากรธรรมชาติ และระบบนิเวศ จึงร้องต่อศาลปกครองกลางของให้จำเลยทั้งสองระงับการโครงการขยายถนน พร้อมกับฟื้นฟูสภาพความเสียหายให้กลับมาเหมือนเดิม ด้วยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และนำต้นไม้ที่ขุดล้อมออกไปเพื่อขยายถนนกลับมาปลูกที่เดิม

ศาลปกครองพิจารณาแล้วเห็นว่า โครงการขยายถนนเป็นการให้บริการกับสาธารณะ รองรับการจราจรที่เพิ่มขึ้น การร้องขอให้ระงับโครงการของผู้ร้องจะส่งผลกระทบต่อการใช้ถนนสายดังกล่าว อันเป็นสาธารณูปโภคที่จำเป็น ส่วนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ อีไอเอ ด้วยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนนั้น  พื้นที่ดังกล่าวไม่อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ  จึงไม่เข้าข่ายต้องทำ อีไอเอ

ในประเด็นสุดท้าย การขอให้นำต้นไม้เดิมมาปลูกไว้ในตำแหน่งเดิมนั้น ศาลพิจารณาแล้วว่า ดำเนินการยาก เพราะมีโอกาสต้นไม้รอดต่ำ จึงเห็นควรว่าให้จำเลยทั้งสองนำต้นไม้ประเภทเดียวกัน หรือใกล้เคียง ในจำนวนที่เท่ากับที่ตัดโค่นออกไปมาปลูกทดแทนภายใน 60 วันนับแต่คำพิพากษาถึงที่สุด  เพื่อให้มีสภาพใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด ส่วนข้อเรียกร้องอื่นเป็นอันตกไป.-สำนักข่าวไทย

(ที่มา : สำนักข่าวไทย / ๑๖ พ.ค.๕๖)
บันทึกการเข้า

ปลูกป่าใช้เวลาร้อยปี  หนึ่งนาทีใช้ตัดฟัน  โปรดช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้
admin
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
*****
กระทู้: 2694



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 07:26:41 PM »

นักอนุรักษ์เฮ...ส่อชนะคดีขยายถนนขึ้นเขาใหญ่

หลังตุลาการผู้แถลงคดีศาลปกครองชี้ให้กรมทางหลวงปลูกต้นไม้ทางขึ้นเขาใหญ่ให้เหมือนเดิม เหตุตัดต้นไม้ไปก่อนการขออนุญาตเป็นเหตุให้เกิดผลกระทบต่อโลกร้อน
นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า วันนี้เวลา 14.30 น. ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ ตุลาการศาลปกครองกลางได้เปิดศาลนัดพิจารณาคดีเป็นครั้งแรก ในคดีหมายเลขดำที่ 903/2553 ระหว่างสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนกับชาวบ้านที่รักและหวงแหนต้นไม้จำนวน 130 คน ได้ยื่นฟ้องกรมทางหลวง และกระทรวงคมนาคม เป็นคดีต่อศาลปกครอง กรณีกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายตัดต้นไม้ขยายถนนสาย 2090 (ถนนธนะรัตน์) ขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นระยะทางเกือบ 10 กิโลเมตร ทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่สองข้างทางที่ขึ้นเป็นซุ้ม “อุโมงค์ต้นไม้” ถูกตัดฟันไปนับหมื่นต้น เป็นการกระทบต่อความรู้สึกของนักอนุรักษ์และผู้ที่ชื่นชอบต้นไม้และธรรมชาติเป็นอย่างมาก โดยคดีนี้ชาวบ้านและสมาคมฯได้ร่วมกันยื่นฟ้องมาตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2553 ใช้ระยะเวลาในการต่อสู้คดีกันมาอย่างยาวนาเกือบ 3 ปีมาแล้ว

นายประพจน์ คล้ายสุบรรณ ตุลาการผู้แถลงคดีได้แถลงต่อองค์คณะซึ่งมีนายเสน่ห์ บุญทมานพ เป็นตุลาการหัวหน้าคณะในศาลปกครองกลางและเป็นตุลาการเจ้าของสำนวนในวันนี้ความว่า การกระทำของหน่วยงานรัฐผู้ถูกฟ้องคดี ได้ทำการตัดฟันต้นไม้ไปก่อนที่จะได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งไม่ได้เปิดโอกาสให้ภาคประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียมารับรู้ รับทราบการดำเนินการดังกล่าวก่อนที่จะดำเนินโครงการ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนพ.ศ.2546 จึงเป็นการดำเนินการที่ขัดหรือแย้งต่อขั้นตอนของกฎหมายที่ถูกต้อง จึงแถลงชี้ให้หน่วยงานผู้ถูกฟ้องคดีนำต้นไม้ตามขนาด ชนิด และจำนวนต่าง ๆ ที่ถูกตัดฟันหรือโค่นล้มไป นำกลับมาปลูกทดแทนตลอดแนวถนนดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน

คดีนี้เข้าข่ายเป็น “คดีโลกร้อนภาคประชาชน” ที่ประชาชนใช้สิทธิฟ้องรัฐที่ตัดต้นไม้ทำให้เกิดโลกร้อน หลังจากที่รัฐโดยกรมอุทยานฯเคยฟ้องประชาชนเป็นคดีโลกร้อนมาแล้วเป็นจำนวนมาก และถือว่าเป็นคดีสิ่งแวดล้อมอีกคดีหนึ่ง ที่สะท้อนให้เห็นถึงพฤติการณ์หรือการกระทำของหน่วยงานรัฐที่อ้างความเร่งด่วนในการดำเนินโครงการ โดยเพิกเฉยต่อกระบวนการและขั้นตอนของกฎหมายที่ถูกต้อง ซึ่งน่าจะใช้เป็นบทเรียนให้หน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ใช้เป็นต้นแบบในการพิจารณาว่าการจะดำเนินโครงการขนาดใหญ่ที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และคุณภาพชีวิตของประชาชน เช่น โครงการน้ำ 3.5 แสนล้าน พึงต้องดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดการคัดค้านจากภาคประชาชนจนโครงการเดินต่อไปไม่ได้

อนึ่งคดีนี้ตุลาการเจ้าของสำนวนและองค์คณะจะนัดหมายเพื่อกำหนดวันอ่านคำพิพากษาต่อไปในเร็ว ๆ นี้นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

(ที่มา : http://thaingo.org/thaingo/node/2196)
บันทึกการเข้า

ปลูกป่าใช้เวลาร้อยปี  หนึ่งนาทีใช้ตัดฟัน  โปรดช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้
admin
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
*****
กระทู้: 2694



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 07:34:58 PM »

ล้มแล้ว! โครงการขยายถนน"เขาใหญ่" อธิบดีกรมทางหลวง เตรียมอุทธรณ์ปลูกต้นไม้

นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) ยืนยันจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลาง ที่มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ให้กรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคม ร่วมกันนำต้นไม้ ชนิด ประเภท และขนาดเดียวกัน หรือใกล้เคียงกันในจำนวนที่เท่ากันกับต้นไม้ที่ถูกตัดโค่นไปแล้ว เพื่อขยายถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2090 หรือถนนธนะรัชต์ ช่วงปากช่อง-อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กม.ที่ 2-10.1 ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา บริเวณต่อเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเป็นเส้นทางที่เข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว ไปปลูกทดแทนตามเขตแนวถนน เพื่อให้มีสภาพใกล้เคียงกับของเดิมให้มากที่สุด โดยให้เริ่มดำเนินการภายใน 60 วัน

โดยเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม นายชัชวาลย์กล่าวว่า แม้ขณะนี้ยังไม่ได้รับคำสั่งศาลปกครองกลางอย่างเป็นทางการ แต่เบื้องต้นก็ต้องยอมรับคำสั่งศาลที่ออกมาก่อน และเมื่อคำสั่งส่งมาถึงกรมทางหลวงแล้ว กรมทางหลวงจะยื่นอุทธรณ์ไปยังศาลปกครองสูงสุดทันที เพราะเห็นว่าคำสั่งที่ออกมาไม่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะกรณีให้ปลูกต้นไม้ทดแทน ซึ่งกำหนดให้เป็นขนาดเดียวกันกับที่ถูกตัดไป เนื่องจากจะส่งผลต่อความไม่ปลอดภัยกับผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างแน่นอน เนื่องจากการนำต้นไม้ขนาดใหญ่ไปปลูกตามแนวเขตทางจะไม่มั่นคงถาวร แตกต่างจากการปลูกตั้งแต่ต้นเล็กๆ ที่มีรากแก้วยึดเหนี่ยวอยู่กับพื้นดินเมื่อถูกลมพายุพัดแรงก็สามารถต้านทานได้ แต่หากนำต้นไม้ใหญ่ไปปลูกอาจเกิดหักโค่นล้มทับรถที่สัญจรและกีดขวางถนนได้

นายชัชวาลย์กล่าวด้วยว่า การก่อสร้างถนนของกรมทางหลวงได้ดำเนินการตามแนวเขตทางที่เป็นพื้นที่ของกรมทางหลวง ไม่ได้รุกล้ำพื้นที่ของอุทยานฯ ส่วนต้นไม้ที่ตัดออกไปก็เป็นต้นไม้ที่กรมทางหลวงปลูกไว้เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ เช่น ต้นสะเดา ชาวบ้านสามารถเก็บไปรับประทานได้ แต่เมื่อกรมทางหลวงจะใช้พื้นที่ก่อสร้างจึงเป็นสิทธิที่จะตัดออกไป เป็นการดำเนินการในลักษณะนี้ในทุกเส้นทางอยู่แล้ว

พื้นที่ก่อสร้างถนนเป็นเขตทางอย่างชัดเจน ไม่ได้รุกล้ำที่ของอุทยานฯ ต้นไม้ก็เป็นของกรมทางหลวงที่ปลูกไว้เพื่อรอการขยายถนน ทำอย่างนี้ในทุกเส้นทาง และเมื่อมีความจำเป็นต้องขยายถนนออกไปก็จะตัดต้นไม้เหล่านั้นออกไป ขณะที่การปลูกต้นไม้ของกรมทางหลวงก็จะปลูกตั้งแต่ต้นเล็กๆ เพื่อให้มีรากแก้วยึดกับพื้นดิน ไม่ได้เอาต้นไม่ใหญ่ไปปลูกŽ นายชัชวาลย์กล่าว และว่า ตามมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้างถนน จะต้องไม่มีต้นไม้อยู่ข้างถนนในระยะ 10 เมตร ทั้ง 2 ข้างทาง แต่ที่ผ่านมามีการปลูกเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้สอย และหากสังเกตเส้นทางที่กรมทางหลวงก่อสร้างที่เขาใหญ่ จะเห็นว่านอกเขตทางไม่มีต้นไม้แล้ว แต่ไม่มีใครมองในจุดนี้ ซึ่งการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดจะชี้แจงเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมาให้ศาลรับทราบด้วย

นายชัชวาลย์กล่าวว่า ตามแผนโครงการก่อสร้างเพื่อขยายช่องทางจราจรถนนสายดังกล่าว กรมทางหลวงมีการขยายจาก 2 เลน เป็น 4 เลน ระยะทางประมาณ 7-8 กิโลเมตร ยังเหลืออีกประมาณ 10 กิโลเมตร ที่ต้องขยายเพิ่มเติม แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ก็คงจะไม่มีการขยายอีกแล้ว

(ที่มา : น.ส.พ.มติชน / ๑๘ พ.ค.๕๖)
บันทึกการเข้า

ปลูกป่าใช้เวลาร้อยปี  หนึ่งนาทีใช้ตัดฟัน  โปรดช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้
จันทน์ผา
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
***
กระทู้: 3082


กลุ่มเรารักษ์ป่า


ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2013, 09:46:19 AM »

ศาลปกครองยังเป็นที่พึ่งของประชาชนได้....ชัดเจนว่า กรมทางหลวงตัดต้นไม้ก่อนได้รับอนุญาตจริงหรือไม่??

ใครหมกเม็ด ปิดบัง ซ่อนเร้นกันแน่.....ครม.มีมติสั่งให้ระงับการก่อสร้างและให้กรมทางหลวงร่วมกับกรมป่าไม้หาแนวทางเยี่ยวยา แก้ไข แต่พอเสนอ ครม.ผลออกมาเห็นกรมทางหลวงทำถนนต่อจนแล้วเสร็จ.....หมายความว่าอย่างไร.....โกหกกันเห็นๆ !!
บันทึกการเข้า

มนุษย์ควรเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติ มากกว่าจะเรียนรู้เพื่อเอาชนะธรมชาติ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: