กันยายน 15, 2014, 09:06:10 AM *
ข่าว: กลุ่มเรารักษ์ป่า

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สถานีวนวัฒนวิจัยสะแกราชต้นแบบการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูสู่ป่าธรรมชาติ (รายงานพิเศษ)  (อ่าน 1011 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ตะเคียน 022
กลุ่มเรารักษ์ป่า
ต้นไม้ใหญ่
***
กระทู้: 483


สองมือที่ร่วมทำ หนึ่งใจที่ก้าวเดิน

243
ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: สิงหาคม 21, 2010, 05:15:45 PM »

ความพยายามที่จะฟื้นฟูป่าสงวนที่ถูกทำลายให้กลับคืนมานั้น เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะขณะนี้ป่าไม้ของประเทศไทยถูกทำลายไปเป็นจำนวนมาก จากการสำรวจล่าสุดเหลือสภาพที่เป็นป่าอยู่เพียง 32% ของพื้นที่โดยรวมของประเทศ 320 ล้านไร่ ซึ่งถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานสากลที่ยอมได้สภาพป่าน่าจะอยู่ที่ 40% ของพื้นที่โดยรวม เราจึงต้องฟื้นฟูสภาพป่าที่ขาดไปอีก 8% ให้กลับคืนมาสมบูรณ์ แม้จะมีการรณรงค์ปลูกป่ากันมาอย่างต่อเนื่องแต่จะให้ป่าที่ปลูกนั้นกลับสู่ป่าธรรมชาตินั้นไม่ใช่เรื่องง่าย จึงต้องมีการศึกษาในเรื่องนี้ กรมป่าไม้จึงได้จัดตั้งสถานีวนวัฒนวิจัยสะแกราช อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้ เพื่อใช้เป็นตัวอย่างที่ดีของการฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมให้กลับคืนมาเป็นป่าธรรมชาติได้กับพื้นที่อื่นๆ ต่อไป
สำหรับสถานีวนวัฒนวิจัยสะแกราช อ.วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เกิดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย โดยกรมป่าไม้ และรัฐบาลญี่ปุ่น โดยองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งรัฐบาลญี่ปุ่น (JICA) เป็นโครงการความร่วมมือระยะ 10 ปี ได้มีการลงนามภายใต้บันทึกข้อตกลงของรัฐบาลไทยและญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2524 ในการที่จะศึกษาวิจัยวิธีปลูกฟื้นฟูป่าที่เกิดจากการทำการเกษตรแล้วปล่อยทิ้งร้างเป็นทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติเขาภูหลวง ซึ่งสภาพเดิมเป็นป่าดิบแล้งและป่าเต็งรังในบางส่วนมีเนื้อที่ประมาณ 7,758 เฮกแตร์ หรือประมาณ 46,620 ไร่ ซึ่งสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์แห่งประเทศไทยร่วมกับสภาวิจัยแห่งชาติ ได้ขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ เพื่อการศึกษาวิจัยตั้งแต่ปี 2510 โดยมีพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกแผ้วถางปล่อยทิ้งไว้เป็นเนื้อที่ประมาณ 28% หรือประมาณ 13,240 ไร่ เหมาะที่จะดำเนินการตามแผนการดำเนินงานโครงการ เนื่องจากไม่มีปัญหาเรื่องการครอบครองพื้นที่ของราษฎร และสภาพพื้นที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ภูเขาที่มีความลาดชันต่างๆ กัน

นายธิติ วิสารัตน์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานวนวัฒนวิจัย สำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ กรมป่าไม้ กล่าวถึงผลการดำเนินงานของสถานีวนวัฒนวิจัยสะแกราช จังหวัดนครราชสีมา ว่าแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกันคือการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟู่ป่าธรรมชาติ เพื่อใช้เป็นต้นแบบของความต้องการฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรม โดยได้ปรับพื้นที่จากที่มีแต่ทุ่งหญ้าคาและหญ้าพง ในเนื้อที่ 8,300 ไร่ ด้วยการใช้เครื่องจักรกลหนักเข้ามาดำเนินการปรับพื้นที่ แล้วปลูกพันธุ์ไม้โตเร็วตระกูลถั่ว ทั้งที่เป็นพันธุ์ไม้ท้องถิ่น และต่างถิ่น เพื่อคลุมพื้นที่และป้องกันไฟป่า ขณะเดียวกันก็ช่วยปรับปรุงดินให้เหมาะสมในการฟื้นฟูป่า ขณะนี้ถือว่าประสบความสำเร็จในการปลูกป่าในลักษณะสร้างสวนป่า โดยไม้โตเร็วที่เป็นพันธุ์ไม้เบิกนำจะเริ่มตายลงไปตามอายุขัยหลังจากปลูก 25 ปีไปแล้ว

การดำเนินงานของสถานีวนวัฒนวิจัยสะแกราช ในขั้นที่ 2 คือการปลูกไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นทดแทนไม้โตเร็วที่เริ่มตายลงไปตามอายุขัย ได้แก่ ไม้พะยุง แดง ตะเคียนทอง เคี่ยมคะนอง ตะเคียนหิน ยางนา ซึ่งเป็นไม้ดั่งเดิมหรือไม้ท้องถิ่นในพื้นป่าแห่งนี้ก่อนที่สภาพป่าจะถูกทำลาย

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาทดลองการวิธีการปลูกไม้เศรษฐกิจทดแทน โดยการตัดไม้โตเร็วที่เริ่มตายและหมดสภาพออกแล้วปลูกไม้เศรษฐกิจทดแทน กับการตัดบางส่วนเพื่อเปิดช่องว่างพอให้ไม้เศรษฐกิจขึ้นทดแทนได้นั้นแตกต่างกันมากน้อยอย่างไร และทำการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของสวนป่า โดยพิจารณาถึงการทดแทนหรือการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติของพันธุ์ไม้ดั่งเดิมในสวนป่าไม้โตเร็ว ว่าแนวทางไหนจะนำไปสู่การปลูกป่าเพื่อทดแทนป่าธรรมชาติได้ดีกว่ากัน รวมทั้งศึกษาการขยายพันธุ์กล้วยไม้ป่าภูหลวงเพื่อมุ่งหวังจะเพิ่มความหลากหลายในสวนป่าอีกด้วย

งานอีกส่วนหนึ่งของการศึกษาและวิจัยของสถานีสะแกราช คือการปรับปรุงพันธุ์ไม้โตเร็ว ทั้งการผลิตเมล็ดพันธุ์ลูกผสม และเทคนิคการขยายพันธุ์ไม้โตเร็ว โดยได้มีการปรับปรุงพันธ์ไม้ยูคาลิปตัส ยูโรฟิลล่า กระถินเทพา กระถินณรงค์ลูกผสม อะคาเซีย ออลาโคคาร์ป้า และอะคาเซีย คราสสิคาร์ป้า ให้มีความเหมาะสมในการปลูกสร้างสวนป่า ขณะนี้ทางสถานีประสบความสำเร็จในการพัฒนาพันธุ์และสามารถขึ้นทะเบียนสายพันธุ์พืชกับกรมวิชาการเกษตรแล้ว 6 สายพันธุ์ ทั้งไม้สกุลกระถิน (Acacia)ขณะนี้ทางสถานีประสบความสำเร็จได้กระถินณรงค์ลูกผสมพันธุ์ใหม่ ที่มีลำต้นเปลาตรง เจริญเติบโตเร็ว ในพื้นที่แห้งแล้ง และ ไม้สกุลยูคาลิปตัส (Eucalyptus)จนได้สายพันธุ์ที่มีรูปทรงดี โตเร็ว และให้น้ำหนักมาก โดยเฉพาะยูคาลิปตัส ยูโรพิลล่า สำหรับปลูกในที่ชุ่มชื้น และยูคาลิบปตัสลูกผสมระหว่างยูคาลิปตัส คามาลดูเลนซิส กับสายพันธุ์ชนิดอื่นๆ เพื่อปลูกในที่แห้งแล้ง ขณะนี้ทางสถานีสามารถเพาะกล้าพันธุ์ไม้ เพื่อแจกให้กับเกษตรกรและผู้ที่สนใจในการปลูกสร้างส่วนป่าฟรี เพื่อนำไปปลูกหรือเป็นพ่อแม่พันธุ์ ประมาณ 35,000 กล้าต่อปี โดยจะเริ่มแจกในวันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี
หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- ศุกร์ที่ 20 สิงหาคม 2553
บันทึกการเข้า

สองมือที่ร่วมทำ หนึ่งใจที่ก้าวเดิน
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: