กันยายน 09, 2010, 01:47:03 PM *
ข่าว: กลุ่มเรารักษ์ป่า

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: @ สรุปข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากหนังสือพิมพ์ (1-15 มีนาคม 2553)  (อ่าน 1412 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
admin
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
*****
กระทู้: 1678



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: มีนาคม 03, 2010, 10:36:43 PM »

สรุปข่าวเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากหนังสือพิมพ์และสื่อต่างๆ ในช่วงครึ่งแรก (ปักษ์แรก) ของเดือนมีนาคม 2553 ตามลำดับ ดังนี้....


สวนสัตว์โคราชเตรียมปล่อยนกกระเรียนคืนสู่ธรรมชาติ

     เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 มีค. ที่ศูนย์ประชุมอาคารสัมมนา สวนสัตว์นครราชสีมา น.สพ.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์วิจัย และการศึกษาสวนสัตว์นครราชสีมา ทำพิธีเปิดการประชุมสัมมนาโครงการเตรียมความพร้อมทดลองปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทย โดยเป็นการประเมินพื้นที่ชุ่มน้ำที่เหมาะสม และทิศทางความอยู่รอดของนกกระเรียนไทยในอนาคต เพื่อคัดเลือกพื้นที่เป้าหมายสำหรับการทดลองปล่อยนักกระเรียนพันธุ์ไทย   

     นายวันชัย สวาสุ นักบริหาร 6 สวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผยในฐานะ หน.โครงการการเตรียมความพร้อม เพื่อทดลองปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทย ว่า ขณะนี้นกกระเรียน จัดเป็นสัตว์ป่าสงวน 1 ใน 15 ชนิด ของประเทศ ตาม พรบ.สงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า พศ. 2535 จากรายงานล่าสุด มีการสำรวจ นกกระเรียนพันธุ์ไทยทั่วโลก พบว่า เหลืออยู่ประมาณ 500 -1,500 เท่านั้น สวนสัตว์นครราชสีมา เป็นสถานที่เพาะเลี้ยงนกกระเรียนพันธุ์ไทยที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยได้รับบริจาค จากประชาชน ในบริเวณชายแดนไทยลาว -เขมร ในช่วงปี พศ. 2532-2540 จำนวน 33 ตัว และได้ย้ายไปยังสวนสัตว์อื่นๆ จำนวน 7 ตัว ปัจจุบันมีนกกระเรียนพันธุ์ไทยทั้งหมด จำนวน 200 ตัว และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนพื้นที่แหล่งที่อยู่อาศัยของนกกระเรียนพันธุ์ไทย ที่อยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัย ได้แก่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในประเทศไทย สำหรับการประชุมในครั้งนี้ต้องการให้ผู้เข้าอบรมสามารถพัฒนาเทคนิค วิธีการในการปล่อยนกกระเรียนคืนธรรมชาติ สามารถติดตาม ประเมินศักยภาพของประชากรนกกระเรียนหลังการปล่อย มีการขยายเครือข่ายโดยการจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ และประชาสัมพันธ์การปล่อยนกกระเรียน ฯ แก่ประชาชน ให้ประชากรนกกระเรียนพันธุ์ไทยได้กลับคืนสู่ถิ่นอาศัยตามธรรมชาติ

ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด ฉบับวันที่ 3 มีนาคม 2553
บันทึกการเข้า

ปลูกป่าใช้เวลาร้อยปี  หนึ่งนาทีใช้ตัดฟัน  โปรดช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้
จันทน์ผา
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
***
กระทู้: 2493


กลุ่มเรารักษ์ป่า

raorakpar@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 05, 2010, 04:46:13 PM »

ตชด.416 บุกจับแก๊งตัดไม้ขาย

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 4 มี.ค. ร.ต.อ.สุเทพ ชูแก้ว ผบ.ร้อยตชด.416 บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี, นายสุมล พัฒนราช หน.ชุดปฏิบัติการที่ 1 สปป.4 สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 4 (ภาคใต้) เจ้าหน้าที่กว่า 20 นาย สกัดจับกลุ่มผู้ลักลอบตัดไม้ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าย่านยาว ป่าเขาวงและป่ากระสุม หมู่ 12 ต.ต้นยวน อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี ขณะขนไม้แปรรูปออกจากป่า 39 แผ่น บรรทุกอยู่บนรถกระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน ลข 1377 กรุงเทพมหานคร และรถกระบะอีซูซุ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน บว 4262 สุราษฎร์ธานี พร้อมเลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 1 เครื่อง พบผู้ต้องหา 9 คนมากับรถทั้ง 2 คัน ทราบชื่อ นายจรินทร์ รอดเจริญ อายุ 21 ปี นายปราง แก้วชนะ อายุ 42 ปี นายสมเจษฐ นาเจริญ อายุ 36 ปี นายสันติ ศิริสุวรรณ อายุ 33 ปี นายดาวเรือง อินธิแสง อายุ 48 ปี นายปานจิตร คำหล้า อายุ 37 ปี นายเทือง ลอยประโคน อายุ 37 ปี นายธวัชชัย อินธิแสง อายุ 24 ปี และนายบุญนาค คำป้อง อายุ 48 ปี

จากการเข้าสำรวจของเจ้าหน้าที่พบว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวเข้าไปตัดไม้และแปรรูปไม้ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าย่านยาว ป่าเขาวงและป่ากระสุม พบไม้แปรรูปรอขนย้ายอีกเกือบ 300 แผ่น และไม้ที่ตัดเป็นท่อนซุงไว้อีกเกือบ 10 ท่อน ท่อนละ 5 เมตร มีการแปรรูปบนยอดเขาสูง ส่วนใหญ่เป็นไม้ตะเคียนทรายและไม้พะยูงยาวประมาณ 40-50 เมตร และบางต้นได้โค่นไว้แล้วแต่ยังไม่ได้แปรรูป และมีการขนย้ายออกจากพื้นที่ไปบ้างแล้วบางส่วนไม่ต่ำกว่า 100 แผ่น นอกจากนี้ยังพบที่เสพยาบ้าและน้ำกระท่อม จำนวนหนึ่งซึ่งคาดว่าน่าเป็นของกลุ่มผู้ตัดไม้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสุ่มตรวจหาสารเสพติดจากกลุ่มผู้ตัดไม้ที่ถูกจับกุมต่อไป

จากการสอบสวนทราบว่า กลุ่มผู้ตัดไม้จำนวนหนึ่งเป็นคนมาจากภาคอีสาน และมีคนในพื้นที่ย้ายสำเนาทะเบียนบ้านเข้ามาใน ต.ต้นยวน เพื่อเข้ามาแปรรูปไม้โดยเฉพาะซึ่งการเลื่อยไม้ครั้งนี้ได้ค่าจ้างเลื่อยยกละ 12,000 บาท และค่าจ้างขนยกละ 700 บาท ซึ่งผู้มีอิทธิพลในพื้นที่จะนำไม้ที่ได้ไปขายให้กับนายทุนอีกทอดหนึ่งในราคายกละ 8,000 บาท

ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด ฉบับวันที่ 5 มี.ค.53
บันทึกการเข้า

มนุษย์ควรเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติ มากกว่าจะเรียนรู้เพื่อเอาชนะธรมชาติ
admin
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
*****
กระทู้: 1678



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 06, 2010, 03:09:24 AM »

"เลย"พิทักษ์"กบภูเขา" อนุรักษ์ก่อนสูญพันธุ์

"อีปุ่ม" หรือ "ย่ากาบ" หรือ "กบภูเขา" เป็นสัตว์ประเภทครึ่งน้ำครึ่งบก ตระกูล กบ เขียด อึ่ง คางคก

แต่อีปุ่มหรือย่ากาบ ชอบอยู่ตามภูเขา เป็นสัตว์ที่ชอบความสะอาด ไม่ชอบอยู่พื้นที่ราบเหมือนกบและเขียด ส่วนใหญ่พบมากในภาคเหนือบางจังหวัดที่มีภูเขาสูงมีความชื้นสูง

ในภาคอีสานนั้น จังหวัดเลย เป็นจังหวัดหนึ่งที่ยังมีตัวอีปุ่ม หรือย่ากาบ หรือกบภูเขาหลงเหลืออยู่ในบางพื้นที่แต่ไม่มากนัก โดยเฉพาะ ต.อีปุ่ม อ.ด่านซ้าย และที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง พื้นที่ยังมีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ และมีความชื้นสูง

แต่หากไม่มีการอนุรักษ์เอาไว้ อีปุ่มหรือย่ากาบก็จะต้องสูญพันธุ์อย่างแน่นอน เนื่องจากชาวบ้านที่อยู่รอบภูหลวงจะจับตัวอีปุ่ม มาประ กอบอาหาร และเอามาขายราคา ก.ก.ละ 200 บาท
 
จากปัญหาดังกล่าว ทาง อบต.เลยวังไสย์ อ.ภูหลวง จ.เลย ร่วมกับ อ.ภูหลวง และ ร.ร. บ้านเลยตาดโนนพัฒนา จึงมีโครงการปลูกจิตสำนึกฝึกเยาวชน ให้รู้จักรักและอนุรักษ์ธรรมชาติในท้องถิ่นให้ยั่งยืน ภายใต้โรงเรียนเครือข่ายเชฟรอน พลังใจ พลังคน ปีที่ 1 ของ ร.ร.บ้านเลยตาดโนนพัฒนา ต.เลยวังไสย์ ด้วยการปล่อยอีปุ่มลงในแม่น้ำเลย เมื่อไม่กี่วันก่อน

นายพิทักษ์ บัวระภา นายกอบต.เลยวังไสย์ กล่าวว่า การจัดงานพิธีปล่อยอีปุ่มหรือย่ากาบ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นโครงการปลูกจิตสำนึก ฝึกให้เยาวชนและประชาชน รู้จักรักและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นให้ยั่งยืน ของ ร.ร.บ้านเลยตาดโนนพัฒนา อบต. เลยวังไสย์ และ อ.ภูหลวง จัดพิธีปล่อยอีปุ่มที่ ร.ร.บ้านเลยตาดโนนพัฒนา อยู่ติดกับแม่น้ำเลย
 
การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อเป็นการประชา สัมพันธ์ให้ชุมชน และหน่วยงานต่างๆ เห็นความสำคัญของอีปุ่มหรือย่ากาบ ให้ทุกคนร่วมกันรักษาแม่น้ำเลยให้สะอาด มีจิตสำนึกที่ดีในการพัฒนาสิ่งแวด ล้อม และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ในท้องถิ่นให้ยั่งยืน

นายโสภณ สุวรรณรัตน์ นอภ.ภูหลวง กล่าวว่า พิธีปล่อยอีปุ่มเพื่ออนุรักษ์อีปุ่มหรือย่ากาบ เฉลิมพระเกียรติ ในโครงการปลูกจิตสำนึกให้แก่เยาวชนและประชาชน ต.เลยวังไสย์ รู้จักรักและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น ถือว่าเป็นโครงการที่ดีมีประโยชน์ต่อโรงเรียนและชุมชน ช่วยกันอนุรักษ์ อีปุ่ม หรือย่ากาบเอาไว้คู่กับอำเภอภูหลวงสืบไป

จากรายงานการวิจัย โครงการวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ท้องถิ่น เรื่องคุณภาพน้ำในแม่น้ำเลย ทางเคมีชีววิทยาและฟิสิกส์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พ.ศ.2548 ส่วนหนึ่งกล่าวถึงย่ากาบหรืออีปุ่มว่า

ถิ่นอาศัยของอีปุ่มนั้น จากการศึกษาของคณะวิจัย พบว่าถิ่นที่อยู่ของอีปุ่มจะอยู่ในบริเวณที่มีน้ำเย็น สะอาดและมีอาหารที่อุดมสมบูรณ์ ส่วนมากจะเป็นบริเวณที่มีใบไม้ทับถมกันเป็นเวลานาน ซึ่งใบไม้นี้นอกจากจะเป็นอาหารแล้ว ยังเป็นที่อยู่อาศัย และพรางตัวของมันด้วย

อีปุ่มจะซ่อนตัวอยู่ตามใบไม้และซอกหิน เมื่อยังเป็นลูกอ๊อดอยู่ จะอยู่ตามริมฝั่ง เมื่อโตขึ้นเริ่มมีขาจะอาศัยอยู่ในน้ำลึก และจะอาศัยอยู่ในน้ำนิ่ง บริเวณน้ำไหลจะไม่พบอีปุ่ม โดยเฉพาะที่ใดสกปรก มีขยะหรือมีมูลสัตว์จะไม่พบอีปุ่มอาศัยอยู่เลย

เป็นสัตว์สะอาดจริงๆ

ที่มา :
น.ส.พ.ข่าวสด ฉบับวันที่ 6 มีนาคม 2553
บันทึกการเข้า

ปลูกป่าใช้เวลาร้อยปี  หนึ่งนาทีใช้ตัดฟัน  โปรดช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้
admin
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
*****
กระทู้: 1678



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 06, 2010, 02:49:44 PM »

สอบทุจริตอดีตหัวหน้าอุทยานสิมิลัน อ้างสึนามิยึดเรือตรวจการณ์

     เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยพ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม,นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นายจตุพร  บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช แถลงข่าวกรณีข้าราชการกรมอุทยานแห่งชาติกับพวกทุจริตจัดซื้อเรือและทุ่นจอดเรือตรวจการณ์และนำทรัพย์ของทางราชการไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว และฟอกเงิน

     สืบเนื่องจากมีผู้ร้องเรียนว่าเรือตรวจการณ์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่ใช้งานอยู่ที่หมู่เกาะสิมิลันจำนวน 4 ลำ ราคาลำละ 4,300,000 บาท ใช้งานที่หมู่เกาะพยาม จ.ระนอง อุทยานแห่งชาติขนอม หมู่เกาะทะเลใต้ จ.นครศรีธรรมราช และอุทยานแห่งชาติเขาหลัก ลำลู่ จ. พังงา และอุทยานแห่งชาติเขาลำปี หาดท้ายเหมือง จ.พังงา  โดยนายวิทยา หงส์เวียงจันทร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสิมิลัน ได้ทำเรื่องขอนำเรือจากอุทยานแห่งชาติเขาลำปี และอุทยานแห่งชาติเขาหลัก ไปใช้ปฏิบัติงานที่อุทยานสิมิลัน ต่อมาหลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิเมื่อ 26 ธ.ค. 2547 นายวิทยาได้รายงานว่าเรือตรวจการณ์ได้รับความเสียหายและได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ให้ไปแจ้งความไว้ที่สภ.ท้ายเหมือง และสภ.คุระบุรี จ.พังงา ต่อมาคณะกรรมการตรวจสอบสภาพได้ร่วมกับนายวิทยา แล้วเห็นว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ต้องมีผู้รับผิดชอบเนื่องจากเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ แต่ภายหลังมีผู้ร้องเรียนมายังนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จนนำเรื่องเสนอให้ดีเอสไอสอบสวน โดยได้สอบปากคำพยานเพิ่มเติมหลากปากและตรวจสอบเอกสารหลายฉบับจนได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน ชัดเจน จึงได้ร่วมกับพนักงานอัยการยึดเรือหมายเลข 1 จำนวน 1 ลำ ที่อ้างว่าสูญหายไปจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เป็นของกลางเมื่อวันที่ 7 ม.ค.2553 ต่อมาในวันที่ 11 ม.ค.2553 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ร่วมกันยึดโครงหลังคาเรือจำนวน 1 ชิ้น ของเรือ หมายเลข 2 ที่อ้างว่าสูญหายไปที่เกาะตาชัย ภายในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ต.เกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา เป็นของกลาง และในวันที่ 12 ม.ค. 2553 พนักงานอัยการ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ  เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรกะเปอร์ และผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกันนำหมายค้นของศาล จ.ระนอง เข้าตรวจค้นบริษัท รับซ่อมแซมเรือ ที่ อ.กะเปอร์ จ.ระนอง ตรวจค้นปรากฏว่าพบชิ้นส่วนท้ายเรือ จำนวน 1 ชิ้น ของเรือหมายเลข 2 ที่อ้างว่าสูญหายไปได้ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าโรงงาน จึงยึดเป็นของกลาง ซึ่งตรวจสอบชิ้นส่วนเรือ ทั้งสองชิ้นกับเรือที่ยึดไว้แล้วปรากฏว่ามีตำหนิรูปพรรณตรงกัน ดังนั้นจึงถือว่าเป็นการแจ้งความเท็จ เพราะมีการนำเรือไปแปลงสภาพเพื่อนำไปใช้งานส่วนตัว จากนี้ดีเอสไอจะขยายผลเพื่อหาผู้รับผิดชอบต่อไป   

     ด้านนายจตุพร  บุรุษพัฒน์  อธิบดีกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า เบื้องต้นจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 15 วัน โดยในวันที่ 8 มี.ค. นี้ ตนจะมีคำสั่งให้ย้ายนายวิทยา หงส์เวียงจันทร์ ผอ.ส่วนสัตว์ป่าเขตอนุรักษ์ที่ 5 จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติสิมิลัน เข้ามาประจำกรมทันที  ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ที่ถูกดีเอสไอออกหมายเรียกยังไม่เคยเข้ามาชี้แจงข้อเท็จในเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด ฉบับวันที่ 5 มีนาคม 2553
บันทึกการเข้า

ปลูกป่าใช้เวลาร้อยปี  หนึ่งนาทีใช้ตัดฟัน  โปรดช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้
admin
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
*****
กระทู้: 1678



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 07, 2010, 11:42:19 AM »

ดีเอสไอบี้บิ๊กอุทยานทุจริตเรือ

เมื่อวันที่ 6 มี.ค.นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีข้าราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กับพวก ทุจริตจัดซื้อเรือและทุ่นจอดเรือตรวจการณ์และนำทรัพย์ของทางราชการไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว และฟอกเงิน ว่า หลังออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องคืออดีตผู้บริหารอุทยานแห่งชาติสิมิลัน และพวกรวม 4 คนเข้าให้ข้อเท็จจริง แต่ทั้งหมดอ้างว่าเจ็บป่วยและติดภารกิจ ทำให้ต้องเลื่อนการเข้าให้ข้อมูลไปก่อนนั้น เบื้องต้นยังไม่ได้กำหนดวันเข้าพบอีกครั้ง ดีเอสไอจะให้เวลาอีกสักระยะก่อนดำเนินการขั้นต่อไป ซึ่งหากผู้ถูกออกหมายเรียกมีพฤติกรรมหลบหนีก็อาจจะขอออกหมายจับโดยจะดูพฤติกรรมเป็นหลัก

ส่วนที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตถึงคดีดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่นั้น นายธาริต กล่าวว่า ในส่วนของดีเอสไอยังทำงานได้อย่างราบรื่น ไม่พบการข่มขู่คุกคาม แต่ส่วนตัวยอมรับว่ามีความเป็นห่วงพยานในพื้นที่หลายคนที่ต้องระมัดระวังตัวเองมากขึ้น

นายธาริตยังกล่าวถึงพฤติกรรมการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ในคดีดังกล่าวว่า นอกจากในส่วนของอุทยานแห่งชาติสิมิลันแล้ว ยังไม่พบว่ามีหน่วยงานใดอ้างเหตุการณ์สึนามิเพื่อหาประโยชน์เช่นกรณีนี้อีก อย่างไรก็ตามดีเอสไอจำเป็นต้องขยายผลการทำงานให้ครอบคลุมมากที่สุด โดยเฉพาะหากพบว่ามีหน่วยงานใดใช้เหตุสึนามิที่เกิดขึ้นหลายพื้นที่ในจังหวัดชายฝั่งอันดามันเพื่อหาประโยชน์ส่วนตัว

ด้าน พ.ต.ท.บัณฑิต ประดับสุข พนักงานสอบสวนคดีพิเศษระดับชำนาญการ สำนักคดีเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ ในฐานะหัวหน้าทีมสอบสวน กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบซากเรือที่กองแบบเรือของกองทัพเรือนำชิ้นส่วนไปพิสูจน์ว่าเป็นเรือที่แจ้งหายไว้หรือไม่ โดยการเปรียบเทียบกับเรือที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์อีกลำของกรมอุทยานแห่งชาติสิมิลัน เนื่องจากเป็นเรือรุ่นเดียวกันที่สั่งซื้อมาพร้อมกันทั้งสิ้น 4 ลำ ทั้งนี้คาดว่าภายใน 2-3 สัปดาห์หลังจากนี้จะทราบผลพิสูจน์ที่ชัดเจน เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาในสำนวนและดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ ซึ่งขณะนี้ดีเอสไอได้ออกหมายเรียกอดีตผู้บริหารของอุทยานแห่งชาติสิมิลัน และเจ้าหน้าที่รวม 4 คน เข้าให้ข้อเท็จจริงแล้วแต่ผู้ถูกกล่าวหาอยู่ระหว่างขอเลื่อนการให้ปากคำ

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเชื่อว่าซากเรือดังกล่าวเป็นเรือที่แจ้งหายไว้ เนื่องจากมีตำหนิรูปพรรณที่ตรงกับเรือรุ่นเดียวกัน ทั้งสี วัสดุ สายไฟภายในเรือและขนาดความกว้าง

ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด / 7 มี.ค.53
บันทึกการเข้า

ปลูกป่าใช้เวลาร้อยปี  หนึ่งนาทีใช้ตัดฟัน  โปรดช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้
admin
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
*****
กระทู้: 1678



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 07, 2010, 06:00:12 PM »

สุดเศร้า ลูกช้างพลายมาฆะไม่รอด

จากกรณีช้างพังกาญจนาช้างป่าเหยื่อสวมตั๋วรูปพรรณที่พิการเนื่องจากถูกทารุณคลอดลูกช้างเพศผู้ “พลายมาฆะ” ที่โรงพยาบาลปศุสัตว์และสัตว์ป่าม.มหิดลวิทยาเขตไทรโยค จ.กาญจนบุรี โดยนายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ รองผู้ว่าฯกาญจนบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาช้างป่าในพื้นที่จ.กาญจนบุรีเปิดเผยเกี่ยวกับการตายของพลายมาฆะว่าเนื่องจากช้างพังกาญจนาคลอดพลายมาฆะก่อนกำหนดกว่า 4 เดือน ทำให้พลายมาฆะมีน้ำหนักแค่ 30 กว่า กิโลกรัมเท่านั้น

 แม้ทีมสัตวแพทย์พยายามดูแลเป็นพิเศษ แต่เมื่อ 2 วันที่ผ่านมาพลายมาฆะมีอาการป่วย และเมื่อวันที่ 6 มี.ค.เริ่มทรุดหนักท้องเสีย กินนมไม่ได้ ทีมสัตวแพทย์ได้ช่วยเหลือโดยการให้น้ำเกลือ และต่อมาได้ให้เลือดที่นำมาจากพังกาญจนา กระทั่งเวลา 02.00 น. วันที่ 7 มี.ค.อาการทรุดหนัก และพลายมาฆะตายในเวลา 04.00 น.ในวันเดียวกัน

“จังหวัดกาญจนบุรีรู้สึกเสียใจจากการตายของพลายมาฆะมาก ถือว่าพลายมาฆะเป็นลูกช้างที่เกิดมาท่ามกลางเรื่องราวที่พังกาญจนาผู้เป็นแม่ถูกทารุณมาอย่างรุนแรง แต่การที่พลายมาฆะเกิดมาจากการคลอดโดยธรรมชาตินั้นทุกคนต่างยินดี จากการสอบถามนายสัตวแพทย์อลงกรณ์ มหรรณพ ท่านได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า พลายมาฆะตั้งแต่แรกเกิดมีปัญหาทางสุขภาพ ตัวเล็กมากและสาเหตุที่ล้มป่วยน่าจะเกิดจากอาการปอดบวมที่เกิดจากความไม่แข็งแรงของร่างกายพลายมาฆะเอง”

ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด ฉบับวันที่ 7 มีนาคม 2553
บันทึกการเข้า

ปลูกป่าใช้เวลาร้อยปี  หนึ่งนาทีใช้ตัดฟัน  โปรดช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้
admin
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
*****
กระทู้: 1678



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 08, 2010, 10:19:09 AM »

ย้ายด่วนหน.หน่วยป้องกันรักษาป่าเมืองปาย
เซ่นบุกจับเหมือนแร่เถื่อน


จากกรณีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ พร้อมด้วย ตชด.33 และ หน่วยนปม.แม่ฮ่องสอน เข้าจับกุมเหมืองแร่เถื่อน ของบริษัทสหชาติเศรษฐกิจจำกัด ที่บ้านเมืองแปง อ.ปาย เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา สามารถยึดแร่ฟลูออไรด์ ได้ถึง 1.5แสนเมตริกตัน ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น
     
เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ดร.วิฑูรย์ ชลายนนาวิน ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและส่วนควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ระบุว่า อธิบดีกรมป่าไม้ ได้มีคำสั่งย้ายนายยุทธพงษ์ บุตรเนตร หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส.5 (เมืองแปง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ไปประจำส่วนอำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้จังหวัดนครสวรรค์ ให้มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นอกจากนั้นยังจะมีการตรวจสอบหน่วยงานที่ขึ้นกับกรมป่าไม้ ที่ตั้งในพื้นที่รายทาง ตั้งแต่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอนไปจนถึง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ว่าปล่อยให้มีการลักลอบลำเลียงแร่ จากพื้นที่อำเภอปายไปยัง บ้านแม่มาลัย อ.แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ได้อย่างไร และมีแนวโน้มที่จะมีการย้ายข้าราชการป่าไม้อีกหลายพื้นที่ เช้านี้ตนจะเรียกประชุมหัวหน้าหน่วยในพื้นที่เชียงใหม่ และ แม่ฮ่องสอน เพื่อสรุปหาแนวทางในการปฏิบัติงานในการที่จะเข้าตรวจสอบพื้นที่อื่น ๆ ที่มีการบุกรุกป่า โดยเฉพาะพื้นที่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ได้รับรายงานและร้องเรียนมาว่ามีการลักลอบบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ ในหลายพื้นที่ โดยหลังจากประชุมเสร็จแล้ว จะมีการแบ่งงานในการปฏิบัติเข้าตรวจสอบพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอปาย อำเภอปางมะผ้า และ อำเภอเมือง แม่ฮ่องสอน ที่มีการลักลอบบุกรุกทำลายป่าอย่างกว้างขวาง

นายยรรยง เลขาวิจิตร ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่1 เชียงใหม่ กรมป่าไม้ เปิดเผยว่า ได้ให้นายยุทธพงษ์ ทำหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 7 วัน ทั้งนี้ทางหัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่า อ้างว่าบริษัทดังกล่าวไม่ได้มีการขุดแร่ใหม่ เพียงแต่ดำเนินการเข้าไปขนลำเลียงแร่ค้างเก่าเท่านั้น แต่เมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบ กลับพบการดำเนินการลอบขุดแร่จริงและผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก็รับสารภาพว่าได้ดำเนินการขุดแร่มานานแล้ว

ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด / 8 มี.ค.53
บันทึกการเข้า

ปลูกป่าใช้เวลาร้อยปี  หนึ่งนาทีใช้ตัดฟัน  โปรดช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้
admin
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
*****
กระทู้: 1678



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 10, 2010, 11:56:16 PM »

โขลงช้างป่า10 เชือกลงจากอุทยานลุยพืชไร่-สวนชาวบ้านยับเยิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ารับแจ้งเหตุจาก นายสำรวย  เดือนดี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 18 ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ว่าเมื่อเวลาประมาณ 01.10 น.วันที่ 10 มีนาคม มีโขลงช้างป่า จำนวน 10 เชือก เดิน ลงมาในหมู่บ้าน ตรงเข้าทำลายต้นยางพารา ของตน และเข้ากินต้นกล้วย โค่นต้นมะพร้าวฉีกยอดอ่อนกิน ทำลายต้นมะม่วงหิมพานต์ เก็บลูกกิน และใช้งวงถอนต้นยางพาราที่ปลูกได้ 4 ปี และบุกบ้านเรือนของชาวบ้านจำนวน 20 หลังคาเรือน ท่ามกลางความหวาดกลัวของชาวบ้านต่างวิ่งหนีเอาตัวรอด เพราะช้างป่าโขลงนี้ดุร้าย ใช้เสียงร้องขู่ข่มขวัญเสียงดังตอดเวลา โชคดีช้างป่ามิได้ทำร้ายคน ไม่มีผู้บาดเจ็บเหมือนคราวก่อนๆ วันนี้ทางนายกอบต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว พร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป

ที่มา : น.ส.พ.มติชน ฉบับวันที่ 10 มีนาคม 2553
บันทึกการเข้า

ปลูกป่าใช้เวลาร้อยปี  หนึ่งนาทีใช้ตัดฟัน  โปรดช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้
admin
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
*****
กระทู้: 1678



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 14, 2010, 05:05:53 PM »

ปะทะเดือดแก๊งมอดไม้ชายแดนปลิดชีพ 1 ศพ

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26 บุรีรัมย์ และ ตชด.124 จ.สระแก้ว  ปะทะกองกำลังไม่ทราบฝ่ายลักลอบตัดไม้ชายแดนเสียชีวิต 1 ราย

พันเอกอดุลย์  บุญธรรมเจริญ
ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26 อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์  ได้นำกำลังกองร้อยทหารพรานที่ 2605 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26  จำนวน 15 นาย สนธิกำลังกับหมวด ตชด.ที่ 124 จ.สระแก้ว จำนวน 10 นาย ตั้งจุดตรวจและลาดตระเวนเข้าพื้นที่ซุ้ม ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้หลักเขตแดนที่ 28  หมู่ที่ 9 บ้านราษฎร์รักแดน ต.หนองแวง  อ.ละหานทราย ห่างจากหลักเขตแดนไทย–กัมพูชา ประมาณ 2 กิโลเมตร เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ได้พบกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ชักลากไม้ผ่านมามุ่งหน้าไปยังประเทศกัมพูชา เจ้าหน้าที่จึงแจ้งเตือนให้หยุด แต่กลุ่มคนดังกล่าวกลับเปิดฉากใช้อาวุธปืนยิงถล่มเจ้าหน้าที่ที่ลาดตระเวน 1 ชุด และได้เกิดการปะทะกันประมาณ 5 นาที 
 
จากนั้นกองกำลังไม่ทราบได้ล่าถอยไปทางฝั่งกัมพูชา หลังเสียงปืนสงบ จึงได้เข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุ พบศพชายไม่ทราบชื่อและฝ่ายนอนเสียชีวิต 1 ราย  พร้อมอาวุธปืนอาก้า เอเค 47 จำนวน 1 กระบอก และกระสุนที่ยังไม่ได้ใช้งานอีกจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้บริเวณใกล้เคียงยังพบไม้พยุงจำนวน 16 ท่อน รถเข็นไม้ 2 คัน พร้อมเป้สะพายใส่เสบียงอาหารอีก 8 ใบ จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน   
 
ทั้งนี้คาดว่ากลุ่มกำลังไม่ทราบฝ่ายหรือกลุ่มที่เข้ามาลักลอบตัดไม้ ที่เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ มีไม่น้อยกว่า 20 คน เจ้าหน้าที่จึงได้นำศพผู้เสียชีวิตดังกล่าว ส่งไปตรวจพิสูจน์ที่โรงพยาบาล อ.ละหานทราย  ส่วนไม้ของกลางได้นำไปเก็บไว้ที่อุทยานแห่งชาติตาพระยา จ.สระแก้ว ส่วนกระสุนและอาวุธปืน ได้ส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ละหานทราย เก็บไว้เป็นหลักฐาน

ที่มา : น.ส.พ.โพสต์ทูเดย์/14 มี.ค.53
บันทึกการเข้า

ปลูกป่าใช้เวลาร้อยปี  หนึ่งนาทีใช้ตัดฟัน  โปรดช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้
admin
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
*****
กระทู้: 1678



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: มีนาคม 14, 2010, 06:03:29 PM »

ทหารพรานปะทะกองกำลังลอบตัดไม้ชายแดน

พันเอกอดุลย์ บุญธรรมเจริญ
ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26 อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ได้นำกำลังกองร้อยทหารพรานที่ 2605 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26 จำนวน 15 นาย สนธิกำลังกับหมวด ตชด.ที่ 124 จ.สระแก้ว จำนวน 10 นาย ตั้งจุดตรวจและลาดตระเวนเข้าพื้นที่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้หลักเขตแดนที่ 28 หมู่ที่ 9 บ้านราษฎร์รักแดน ต.หนองแวง อ.ละหานทราย ห่างจากหลักเขตแดนไทย - กัมพูชา ประมาณ 2 กิโลเมตร เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ได้พบกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ชักลากไม้ผ่านมามุ่งหน้าไปยังประเทศกัมพูชา เจ้าหน้าที่จึงแจ้งเตือนให้หยุด แต่กลุ่มคนดังกล่าวกลับเปิดฉากใช้อาวุธปืนยิงถล่มเจ้าหน้าที่ที่ลาดตระเวน 1 ชุด และได้เกิดการปะทะกันประมาณ 5 นาที จากนั้นกองกำลังไม่ทราบได้ล่าถอยไปทางฝั่งกัมพูชา

หลังเสียงปืนสงบ จึงได้เข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุ พบศพชายไม่ทราบชื่อและฝ่ายเสียชีวิต 1 ราย พร้อมอาวุธปืนอาก้า เอเค 47 จำนวน 1 กระบอก และกระสุนที่ยังไม่ได้ใช้งานอีกจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้บริเวณใกล้เคียงยังพบไม้พยูงจำนวน 16 ท่อน รถเข็นไม้ 2 คัน พร้อมเป้สะพายใส่เสบียงอาหารอีก 8 ใบ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สำหรับกลุ่มกำลังไม่ทราบฝ่ายหรือกลุ่มที่เข้ามาลักลอบตัดไม้ ที่เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ คาดว่ามีไม่น้อยกว่า 20 คน หลังตรวจสอบที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ส่งศพไปตรวจพิสูจน์ที่โรงพยาบาล อ.ละหานทราย ส่วนไม้ของกลางได้นำไปเก็บไว้ที่อุทยานแห่งชาติตาพระยา จ.สระแก้ว กระสุนและอาวุธปืน ได้ส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ละหานทราย เก็บไว้เป็นหลักฐาน

ที่มา : เนชั่นทันข่าว/14 มี.ค.53
บันทึกการเข้า

ปลูกป่าใช้เวลาร้อยปี  หนึ่งนาทีใช้ตัดฟัน  โปรดช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้
admin
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
*****
กระทู้: 1678



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: มีนาคม 14, 2010, 09:13:38 PM »

ผกก.จับรอง ผกก.ตัดไม้ สร้างบ้านพักส่วนตัว

ไม้ประดู่ที่ถูกตัดกองไว้ ผู้กำกับฯ นำคณะบุกพิสูจน์แหล่งที่มาไม้ประดู่เกือบ 300 ท่อนที่บรรทุกออกมาจากชายแดนไทย-กัมพูชา และรองผู้กำกับฯ บอกเป็นผู้รับซื้อ อ้างยังอยู่บ้านพักราชการตลอด จึงซื้อไปสร้างที่โคราช เจอข่าวแบบนี้อายุราชการ ๒๗ ปีถูกลบทิ้งหมด ส่วนเจ้าของที่ดินอ้าง เมื่อก่อนเป็นป่าเสื่อมโทรม แต่วิ่งเต้นออกโฉนดให้ประชาชน และตัวเองจับจอง 500 ไร่ ไปเล่นการเมืองเสียเงินเยอะ จึงตกลงขายไม้ประดู่ 5 แสนบาท

ตามที่ พ.ต.อ.ภาสกร คงดารัตน์ ผกก.สภ.บัวเชด อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 214 อ.สังขะ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสุรินทร์ และปลัดอาวุโสอำเภอบัวเชด เข้าจับกุมผู้ขับขี่รถเทรลเลอร์ และผู้ควบคุมรถ 4 คน และตรวจยึดไม้ประดู่กว่า 100 ท่อนในรถเทรลเลอร์ 18 ล้อ จำนวน 2 คัน ขณะกำลังขนย้ายไม้ดังกล่าวออกมาจากป่าชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณพื้นที่ป่าไม้บ้านจรัส ต.จรัส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ เมื่อคืนวันที่ 9  มีนาคม 2553 โดยมี พ.ต.ท.ไท สกุลติรักษ์ รองผกก.(ปป.) สภ.บัวเชด อ้างเป็นเจ้าของไม้ทั้งหมด

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 10 มีนาคม 2553 พ.ต.อ.ภาสกร คงดารัตน์ ผกก.สภ.บัวเชด พร้อมด้วยนายมนัส ศรีสำอาง อายุ 56 ปี ชาวบ้านจรัสซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินที่ตัดไม้ประดู่ และ พ.ต.ท.ไท สกุลติรักษ์ รอง ผกก.สภ.บัวเชด ที่อ้างเป็นผู้รับซื้อไม้ประดู่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายการข่าวกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 และสื่อมวลชน เดินทางเข้าไปสำรวจแหล่งที่มาของไม้ประดู่ ในพื้นที่ป่าไม้บ้านจรัส ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทางเข้าพื้นที่ด้วยระยะทางกว่า 8 กิโลเมตร จากถนนสายบัวเชด-ช่องสะงำ ตลอดพื้นที่ป่าไม้พบว่า มีการปลูกไม้สักทองจำนวนหมายหมื่นต้น และตลอดเส้นทางเข้าไปพบว่า มีไม้ประดู่จำนวนมากถูกตัดโค่นลงด้วยเลื่อยยนต์ และถูกทอนเป็นท่อนๆ เพื่อเตรียมบรรทุกออกจากพื้นที่

นายมนัส ศรีสำอาง ผู้อ้างตัวเป็นเจ้าของพื้นที่ป่าที่มีการตัดไม้สักทอง และเป็นเจ้าของสวนป่าไม้สักทอง นำผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่ไปดูหลักเขตที่ดิน ซึ่งออกโฉนดถูกต้องแล้ว ๒ หลักเขต โดยหลักเขตที่ดินระบุว่า “หลักเขตที่ดิน 7 จ 7625 สร” นายมนัส บอกถึงการได้มาของที่ดินผืนนี้ว่า เมื่อประมาณ 16 ปีที่ดินผืนนี้เรียกว่าที่ดินป่าไม้เสื่อมโทรมบ้านจรัส เนื้อที่กว่า 20,000 ไร่ และเตรียมออกโฉนดที่ดินแบ่งให้ประชาชนเข้าทำกิน แต่ว่าที่ดินแปลงนี้ตกสำรวจ ไม่สามารถออกโฉนดที่ดินได้ ตนจึงวิ่งเต้นให้มีการออกโฉนดให้ถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ในการปลูกไม้เศรษฐกิจ และสามารถออกโฉนดให้แก่ประชาชนได้สำเร็จ  ตนจึงจับจองที่ดินแปลงนี้เพื่อออกโฉนดเป็นชื่อตัวเอง จำนวน 500 ไร่ จากนั้นจึงปลูกไม้สักทองจำนวนหลายหมื่นต้น ขณะนี้อายุไม้สักทองประมาณ 17 ปี

“เมื่อไม่นานมานี้ ตนลงสมัครนายกองค์ การบริหารส่วนตำบลจรัส หมดเงินไปหลายแสนบาท และพ.ต.ท.ไท สกุลติรักษ์ รองผกก.สภ.บัวเชดมาติดต่อซื้อไม้ประดู่ และเห็นว่าในสวนป่าของตนมีไม้ประดู่จำนวนมาก จึงเสนอขายให้จำนวน 259 ต้นในราคา 500,000 บาท ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ซื้อจึงเข้ามาตัดไม้ประดู่ และทยอยบรรทุกออกไป กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานอื่นๆ ตรวจยึดไว้ แต่ตนยืนยันว่า ไม้ประดู่ทั้งหมดที่ตัดไปตัดจากที่ดินของตนทั้งหมด” นายมนัส กล่าว

ขณะที่ พ.ต.ท.ไท สกุลติรักษ์ รองผกก.สภ.บัวเชด เปิดเผยว่า ข่าวที่เกิดขึ้นทำให้ตนเสียหายมาก อายุราชการที่ทำมา 27 ปี ถูกลบทิ้งหมด สิ่งที่เป็นจริงในขณะนี้คือ ไม้ที่ตนซื้อเป็นไม้ที่มีการระบุแหล่งที่มาของไม้ชัดเจนว่า ซื้อจากที่ดินที่มีโฉนดถูกต้องตามกฎหมาย ตนยังไม่มีบ้านพักเป็นของตนเอง อาศัยอยู่บ้านพักราชการ จึงตัดสินใจซื้อไม้ประดู่จากเพื่อนที่เป็นตำรวจอยู่คลองหลวง เพื่อนำไม้ไปแปรรูปที่โรงงานไม้แปรรูปในจังหวัดพระนคร ศรีอยุธยา จากนั้นจะนำไปสร้างบ้านพักที่จังหวัดนครราชสีมา

ขณะที่ พ.ต.อ.ภาสกร คงดารัตน์ ผกก.สภ.บัวเชด กล่าวว่า การเข้ามาตรวจสอบในวันนี้ ทราบแหล่งที่มาของไม้ตามที่ผู้ขายและผู้ซื้อนำหลักฐานมาแสดงให้ดูที่สภ.บัวเชด พอจะยืนยันว่าเป็นที่ดินที่มีโฉนด ส่วนตอไม้ประดู่ที่ถูกตัด ได้ทำหลักฐาน เขียนตัวเลขกำกับไว้ที่ท่อนไม้และตอไม้ที่ถูกตัดไว้แล้ว ซึ่งตรงกับไม้ที่บรรทุกออกไปจากป่า แต่ไม่ยืนยันว่า จะตรงกันทั้งหมดหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ต้องรอเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการเดินทางเข้ามาตรวจสอบอีกครั้ง เพราะวันนี้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ไม่ได้เดินทางเข้ามาตรวจด้วย สำหรับไม้ประดู่ที่บรรทุกออกจากป่าไปแล้ว ยังต้องตรวจสอบแหล่งที่มาให้ถูกต้องเช่นกัน

มีรายงานข่าวว่า หลังจากที่ข่าวถูกนำเสนอไป ข้าราชการตำรวจระดับสูงหลายคนโทรศัพท์มาสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และถามเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรสุรินทร์ว่า ใครแจ้งเรื่องนี้ให้ผู้สื่อข่าวทราบ จึงมีผู้ตั้งข้อสงสัยว่า อาจจะมีความไม่ชอบมาพากลในเรื่องนี้

ที่มา : น.ส.พ.โคราชรายวัน/12 มี.ค.53
บันทึกการเข้า

ปลูกป่าใช้เวลาร้อยปี  หนึ่งนาทีใช้ตัดฟัน  โปรดช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้
admin
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
*****
กระทู้: 1678



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: มีนาคม 14, 2010, 09:29:13 PM »

ระดมช่วยลูกช้างพลัดตกเหว สัตวแพทย์ชี้เป็น-ตายเท่ากัน

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม นายประจินต์ ธารศิริสิน นายอำเภอพะโต๊ะ จ.ชุมพร พร้อมด้วยนายสมญา ย้อยนวล กำนันตำบลปังหวาน นายสุธรรม ทิพย์มโนสิงห์ นายก อบต.ปังหวาน นายสามารถ เลาห์ประเสริฐ ปศุสัตว์อำเภอพะโต๊ะ นายสัมฤทธิ์ อ๊อดเล้ง ส.อบจ.ชุมพร เขต อ.พะโต๊ะ นำอาสาสมัครเดินทางเข้าป่าดงดิบ หมู่ที่ 4 ต.ปังหวาน ห่างถนนสายหลังสวน-ระนอง ประมาณ 20 กิโลเมตร หลังรับแจ้งว่ามีผู้พบลูกช้างป่าพลัดตกเหวห้วยใหญ่ เมื่อไปถึงพบลูกช้างป่าตัวหนึ่งโผล่

เพียงหลังและชูงวงส่งเสียงร้องดังลั่น ต้องใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงช่วยกันนำขึ้นจากเหวอย่างทุลักทุเล คาดว่าอดอาหารมาแล้ว 2 วัน เพราะมีอาการอ่อนเพลียมาก จึงประสานกับนายสัตวแพทย์ พิชัย โพธิ์กระสังข์ จาก อ.เมืองชุมพร ให้มาตรวจสอบ ก่อนนำไปที่ทำการกองร้อยอาสาสมัคร อ.พะโต๊ะ

นสพ.พิชัย เปิดเผยว่า ลูกช้างเพศผู้ ผิวเป็นสีชมพู อายุประมาณ 15 วัน อายุแค่นี้ไม่สามารถกินผลไม้ทุกชนิดได้ ยังต้องกินนมแม่อีกหลายเดือน ส่วนนมต้องเป็นชนิดพิเศษ มีราคากระป๋องละประมาณ 700 บาท ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลประมาณวันละ 1,000-3,000 บาท โอกาสรอดชีวิตกับตายเท่าๆ กัน แต่ถ้ารอดถือว่าชาวชุมพรโชคดีมาก เพราะลูกช้างตัวนี้มีลักษณะของช้างชั้นสูง มีหลังเป็นโครงสร้างมงกุฎ มีหางที่ยาวสวยได้ลักษณะช้างไทยทุกประการ

ต่อมา นายการัณย์ ศุภกิจวิเลขการ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร มาดูสภาพลูกช้าง และมอบเงินส่วนตัว 10,000 บาท ช่วยเหลือเบื้องต้นเป็นค่านม ผู้ใจบุญติดต่อหมายเลข 0-8920-30403

ที่มา : น.ส.พ.มติชน/14 มี.ค.53
บันทึกการเข้า

ปลูกป่าใช้เวลาร้อยปี  หนึ่งนาทีใช้ตัดฟัน  โปรดช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้
pom_korat
กลุ่มเรารักษ์ป่า
ต้นไม้ระดับกลาง
***
กระทู้: 168


"การเดินทางที่แสนพิเศษ "


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: มีนาคม 15, 2010, 10:15:44 PM »

ขอบคุณข่าวสารดีๆๆครับ   ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า

jokerzero
ยังเป็นเมล็ด
*
กระทู้: 2


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: เมษายน 28, 2010, 06:19:16 PM »

ขอบคุนจร้าๆๆๆๆๆๆ

สอบราชการ | งานราชการ | www.thaicareer.net
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

"