กรกฎาคม 28, 2017, 05:52:10 PM *
ข่าว: กลุ่มเรารักษ์ป่า

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ครม.สั่งเบรกแล้ว บ้านหรูอุทยานฯ เขาใหญ่  (อ่าน 3057 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
admin
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
*****
กระทู้: 2694



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: มิถุนายน 15, 2010, 04:51:20 PM »

ครม.สั่งเบรกแล้ว บ้านหรูอุทยานฯ เขาใหญ่

กระทรวงทรัพย์ เจอเบรก "แผนพัฒนาเขาใหญ่" ยังไม่ให้เข้าครม. อ้างสุวิทย์ไปตปท.ต้องรอสัปดาห์หน้า ส่วนแผนปรับปรุงบ้านพักเดิมที่ทรุดโทรม ก็ทำเป็นบ้านปีกไม้และอยู่ในพื้นที่บริการเดิม ไม่มีการย้ายหรือเพิ่มเติม ด้านประธานมูลนิธิสืบฯติง อุทยานฯทำบ้านพักใหม่คิดค่าบริการแพง อ้างคัดกรองนักท่องเที่ยวเป็นเรื่องสองมาตรฐาน เพราะอุทยานฯต้องให้บริการคนทุกระดับ ตั้งมาเพื่อให้คนรักป่า ไม่ใช่เอาราคามาตัดสินคน ขณะที่กมธ.จี้ครม.ระบุให้ชัดยกเลิกทำถนนขึ้นเขาใหญ่ก่อน แล้วทำประชาพิจารณ์ใหม่ เพราะที่ผ่านมาผิดขั้นตอน

จากกรณีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เตรียมเสนอแผนแม่บทพัฒนาอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยจะมีการรื้อถอนและปรับปรุงบ้านพักเก่าในโซนกองแก้วและโซนธนะรัชต์ ให้ทันสมัย ใช้งบประมาณ 95 ล้านและจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีในวันที่ 15 มิ.ย.นี้

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า จากเดิมที่ทส.เตรียมเสนอแผนพัฒนาเขาใหญ่ เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ คงต้องเลื่อนออกไปเป็นสัปดาห์หน้าแทน เนื่องจากนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทส. เดินทางไปต่างประเทศ ส่วนกรณีปรับปรุงบ้านพักเป็นแผนที่นายมาโนช การพนักงาน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เสนอให้กรมอุทยานฯ พิจารณามาระยะหนึ่งแล้ว โดยการปรับปรุงบ้านพักเดิมที่ทรุดโทรม มีทั้งเรื่องแบบแปลนบ้านล็อกเคบิน หรือบ้านปีกไม้ พื้นที่สิ่งก่อสร้างที่ควรจะมีทั้งหมดรวมทั้งรูปแบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ทั้งหมดยืนยันว่าจะอยู่ในโซนบริการที่เดิมเท่านั้น ไม่มีการย้ายหรือกำหนดพื้นที่เพิ่มเติมอย่างแน่นอน หากได้รับการอนุมัติจากครม.จะสามารถเดินตามกรอบที่วางไว้ได้ทันที

นายจตุพรกล่าวต่อว่า ส่วนปัญหาการลักลอบเข้ามายิงสัตว์ป่าใกล้เขาใหญ่ ทั้งหมีควายและกระทิง จากการตรวจสอบพื้นที่เขาแผงม้า ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของกระทิงฝูงใหญ่ เป็นพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ ดูแลโดยกรมป่าไม้ ทั้งนี้เตรียมหารือกับกรมป่าไม้ ว่าอาจจะขอพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเพื่อจะได้มีหน่วยพิทักษ์สัตว์ป่าเข้าไปดูแลได้อย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น

ด้านนางรตยา จันทรเทียร ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า ประเด็นเรื่องการปรับปรุงบ้านพักที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้น ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะด้วยความเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่สามารถทำได้ที่จะปรับปรุงบ้านที่เก่าแล้วให้ดูดีขึ้น แต่สิ่งที่อยากท้วงติงและตั้งข้อสังเกตคือ วัตถุประสงค์ที่ต้องการจัดเก็บค่าบริการหรือค่าเช่าให้ราคาแพงขนาดนั้น กรมอุทยานฯ หรืออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ควรจะพิจารณาว่าเป็นสองมาตรฐานหรือดับเบิ้ลสแตนดาร์ดหรือไม่ เพราะโดยหลักการแล้วอุทยานแห่งชาติเป็นพื้นที่สำหรับคนทุกคน ดังนั้นพื้นที่อุทยานแห่งชาติควรจะเป็นของคนทุกระดับ ไม่ใช่เปิดให้บริการเฉพาะคนที่มีเงินมากเท่านั้น

"ที่บอกว่ากรมอุทยานแห่งชาติจะเก็บค่าเช่าหลังละแพงๆ เพื่อจะลดจำนวนนักท่องเที่ยวให้น้อยลง เพื่อจะลดผลกระทบที่จะมีต่อระบบนิเวศของเขาใหญ่ ไม่น่าจะเป็นเหตุผลที่ตรงกับหลักการของการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ เพราะพื้นที่อุทยานแห่งชาติมีไว้ให้ประชาชนทุกคน เข้าไปเรียนรู้เพื่อสร้างจิตสำนึกรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หากกรมอุทยานฯจะจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว น่าจะใช้วิธีการจัดระบบการจัดการที่ดีมากกว่า เช่นระบบการจองบ้านพัก และจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว ไม่ใช่จำกัดด้วยราคาของบ้านพัก ซึ่งเหมือนกับเป็นการเลือกปฏิบัติ" ประธานมูลนิธิสืบฯ กล่าว

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการส่งเสริมภาคประชาชนป้องกันการทุจริตและการตรวจสอบการดำเนินการของรัฐ กล่าวว่า ในที่ประชุมของคณะอนุกรรมาธิการฯ มีมติคัดค้านการสร้างถนน 4 เลน เขาใหญ่ ซึ่งอนุกรรมาธิการตรวจสอบและพบว่า โครงการถนน 4 เลนทางขึ้นเขาใหญ่ ก.ม.ที่ 2-10 ต้องทำประชาพิจารณ์ก่อนเริ่มประมูลก่อสร้าง แต่กรมทางหลวงกลับรับฟังความคิดเห็นภายหลังจากประกวดราคาก่อสร้างแล้ว ซึ่งเป็นการรับฟังความคิดเห็นแบบหลอกๆ ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการ ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีทบทวนโครงการ โดยให้มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ชัดเจนว่า ให้หยุดการก่อสร้างถนนดังกล่าวออกไปก่อนและเปิดรับฟังความคิดเห็นอีกครั้ง

ด้านนายเทพมนตรี ลิมปพยอม ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการ กล่าวว่า โครงการก่อสร้าง ถ.ธนะรัชต์ ซึ่งอยู่ในเส้นทางของปากช่อง-เนินหอม มีข้อตกลงชัดเจนว่า ในระยะสั้นต้องจำกัดความเร็วการวิ่งของรถ ซึ่งถ.โนนหอมถือเป็นส่วนหนึ่งในการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ดังนั้นอยู่ในข้อตกลงในการจำกัดความเร็วของรถ แต่การขยายเส้นทางเป็นถนน 4 เลน ไม่สามารถจำกัดความเร็วของรถได้ และยิ่งทำให้มีการใช้ความเร็วสูงขึ้น ซึ่งผิดต่อข้อตกลงที่ทำไว้กับคณะกรรมการ มรดกโลก ขณะดียวกันข้อตกลงในระยะยาวห้ามเด็ดขาดไม่ให้ขยายถนน เพราะส่งผลต่อระบบนิเวศวิทยา และระบบสืบพันธุ์ของสัตว์ ซึ่งที่ผ่านมากรมอุทยานแห่งชาติฯ ไม่เคยห้ามนักท่องเที่ยวขึ้นเขาใหญ่ แต่เป็นช่วงไฮซีซั่นตลอดทั้งปี นอกจากนี้ ไม่เคยมีการควบคุมการดื่มสุราในพื้นที่อีกด้วย

ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด ฉบับวันที่ 15 มิถุนายน 2553
บันทึกการเข้า

ปลูกป่าใช้เวลาร้อยปี  หนึ่งนาทีใช้ตัดฟัน  โปรดช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้
thanapol saranark
ผมอนุรักษ์แบบ"กินก็ได้ ทาก็ได้ ไม่ตกขอบ"
ต้นไม้ใหญ่
*******
กระทู้: 835



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 16, 2010, 09:08:50 PM »

นิทานทั้งสองเรื่อง คือ "ถนนเข้มแข็ง - พรรคเข้มแข็ง" กับ "บ้านพัก 5 ดาว - รัฐมนตรีจองทั้งปี" นี่สนุกพอ ๆ กัน (เงินไปที่ไหน ธรรมชาติพังที่นั่น !)
บันทึกการเข้า
จันทน์ผา
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
***
กระทู้: 3082


กลุ่มเรารักษ์ป่า


ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2010, 09:44:15 AM »

ด้านนางรตยา จันทรเทียร ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า ประเด็นเรื่องการปรับปรุงบ้านพักที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้น ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะด้วยความเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่สามารถทำได้ที่จะปรับปรุงบ้านที่เก่าแล้วให้ดูดีขึ้น แต่สิ่งที่อยากท้วงติงและตั้งข้อสังเกตคือ วัตถุประสงค์ที่ต้องการจัดเก็บค่าบริการหรือค่าเช่าให้ราคาแพงขนาดนั้น กรมอุทยานฯ หรืออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ควรจะพิจารณาว่าเป็นสองมาตรฐานหรือดับเบิ้ลสแตนดาร์ดหรือไม่ เพราะโดยหลักการแล้วอุทยานแห่งชาติเป็นพื้นที่สำหรับคนทุกคน ดังนั้นพื้นที่อุทยานแห่งชาติควรจะเป็นของคนทุกระดับ ไม่ใช่เปิดให้บริการเฉพาะคนที่มีเงินมากเท่านั้น

"ที่บอกว่ากรมอุทยานแห่งชาติจะเก็บค่าเช่าหลังละแพงๆ เพื่อจะลดจำนวนนักท่องเที่ยวให้น้อยลง เพื่อจะลดผลกระทบที่จะมีต่อระบบนิเวศของเขาใหญ่ ไม่น่าจะเป็นเหตุผลที่ตรงกับหลักการของการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ เพราะพื้นที่อุทยานแห่งชาติมีไว้ให้ประชาชนทุกคน เข้าไปเรียนรู้เพื่อสร้างจิตสำนึกรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หากกรมอุทยานฯจะจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว น่าจะใช้วิธีการจัดระบบการจัดการที่ดีมากกว่า เช่นระบบการจองบ้านพัก และจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว ไม่ใช่จำกัดด้วยราคาของบ้านพัก ซึ่งเหมือนกับเป็นการเลือกปฏิบัติ" ประธานมูลนิธิสืบฯ กล่าว

เห็นด้วยกับ อ.รตยา เป็นอย่างยิ่ง ไม่ควรนำค่าเช่าที่พัก มาเป็นเหตุเพื่อลดจำนวนนักท่องเที่ยว ซึ่งความจริงนักท่องเที่ยวก็มีหลายระดับอยู่แล้ว ....แต่ผมกำลังมองเรื่อง ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติ ทุกแห่ง การขึ้นราคาค่าธรรมเนียม 100% ในครั้งสุดท้ายนั้น เป็นนโยบายเพื่อลดจำนวนนักท่องเที่ยวหรือเปล่า....แต่ในข้อเท็จจริงแล้วเหมือนกำแพงขวางกันไม่ให้เยาวชน และคนไทย เข้าไปท่องเที่ยวหรือศึกษาธรรมชาติไปด้วย ซึ่งในที่ควรกระทำ ก็คือ การส่งเสริมเด็ก นักเรียน นักศึกษา เยาวชน ได้มีโอกาสสัมผัสและเรียนรู้เรื่องราวของธรรมชาติด้วยตนเอง (ซึ่งอยู่ในพื้นที่) เพื่อให้เข้าใจในธรรมชาติและเกิดความรัก หวงแหนธรรมชาติในถิ่นของตนเอง....
บันทึกการเข้า

มนุษย์ควรเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติ มากกว่าจะเรียนรู้เพื่อเอาชนะธรมชาติ
ฟกเสือเก่าเทคโนโคราช
ยังเป็นเมล็ด
*
กระทู้: 21


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2010, 12:59:28 PM »

ผมคิดว่าการขึ้นราคาค่าธรรมเนียม ไม่ใช่การคัดกรองนักท่องเทียวได้จิง
การคัดกรองนั้นเป็นเรื่องยาก แต่ควบคุมจำนวณนั้นสามารถทำได้
บันทึกการเข้า
thanapol saranark
ผมอนุรักษ์แบบ"กินก็ได้ ทาก็ได้ ไม่ตกขอบ"
ต้นไม้ใหญ่
*******
กระทู้: 835



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2010, 01:27:18 PM »

เรียน คุณจันทร์ผา

เท่าที่ผมได้ติดตามกิจกรรม ข้อมูล และความเห็นของคุณจันทร์ผาและกลุ่มเรารักษ์ป่าในบอร์ดนี้มาสองสามปีเห็นว่าดีและเป็นประโยชน์ทั้งนั้น แต่ก็เห็นวนเวียนรู้กันเองอยู่ในบอร์ดนี้เท่านั้น ไม่มีรัฐมนตรีหรืออธิบดีคนไหนจะมีเวลามาอ่าน ถึงอ่านก็ไม่มีต้นเรื่องให้พิจารณา ก็อย่างที่ทราบกันอยู่ว่าราชการไทยเขาชอบงานกระดาษ ไม่มีกระดาษถึงโต๊ะเขาก็ทำอะไรไม่เป็น ถึงมีลูกน้องตัดข่าวไปให้ ท่านก็แค่เซ็นต์ "ทราบ-รวมเรื่อง" เพราะไม่มีเจ้าทุกข์

ผมขอแนะนำให้ทางกลุ่มฯทำเป็นหนังสือแสดงข้อมูล ความคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะ ไปที่กระทรวงหรือกรมที่เกี่ยวข้องแบบที่ผมทำไปอยู่เสมอ ก็จะมี impact อย่างยิ่ง ช่วยกันกระทุ้งเป็นหนังสือไปหลายๆกลุ่ม-ชมรมเถอะครับ อย่าปล่อยให้ผมเขียนคนเดียวอยู่อย่างนี้เลย สงสารคนแก่บ้าง !
บันทึกการเข้า
admin
ดูแลบอร์ด
ต้นไม้ใหญ่
*****
กระทู้: 2694



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2010, 02:27:18 PM »

เรียน คุณจันทร์ผา

เท่าที่ผมได้ติดตามกิจกรรม ข้อมูล และความเห็นของคุณจันทร์ผาและกลุ่มเรารักษ์ป่าในบอร์ดนี้มาสองสามปีเห็นว่าดีและเป็นประโยชน์ทั้งนั้น แต่ก็เห็นวนเวียนรู้กันเองอยู่ในบอร์ดนี้เท่านั้น ไม่มีรัฐมนตรีหรืออธิบดีคนไหนจะมีเวลามาอ่าน ถึงอ่านก็ไม่มีต้นเรื่องให้พิจารณา ก็อย่างที่ทราบกันอยู่ว่าราชการไทยเขาชอบงานกระดาษ ไม่มีกระดาษถึงโต๊ะเขาก็ทำอะไรไม่เป็น ถึงมีลูกน้องตัดข่าวไปให้ ท่านก็แค่เซ็นต์ "ทราบ-รวมเรื่อง" เพราะไม่มีเจ้าทุกข์

ผมขอแนะนำให้ทางกลุ่มฯทำเป็นหนังสือแสดงข้อมูล ความคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะ ไปที่กระทรวงหรือกรมที่เกี่ยวข้องแบบที่ผมทำไปอยู่เสมอ ก็จะมี impact อย่างยิ่ง ช่วยกันกระทุ้งเป็นหนังสือไปหลายๆกลุ่ม-ชมรมเถอะครับ อย่าปล่อยให้ผมเขียนคนเดียวอยู่อย่างนี้เลย สงสารคนแก่บ้าง !

หนังสือมีต่างหากครับ ไม่ได้นำมาลงเปิดเผยให้ทราบ
ที่ผ่านมา มีทั้งถึง สตง., ปปช., ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา และฟ้องศาลปกครอง ครับ
แต่ไม่ได้ทำถึงอธิบดีฯ เพราะถึงขณะนี้แล้ว ไม่มีอำนาจตัดสินใจอะไร ต้องระดับ รมต.และกรรมาธิการด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของวุฒิสภา และ ส.ส.ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้เชิญลงพื้นที่จริงและทำหนังสือมอบให้ไปแล้วครับ

เรื่องต่างๆ ไม่ได้นิ่งหรือบ่นให้ฟังในเวบบอร์ดเฉยๆ ครับ
บันทึกการเข้า

ปลูกป่าใช้เวลาร้อยปี  หนึ่งนาทีใช้ตัดฟัน  โปรดช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้
thanapol saranark
ผมอนุรักษ์แบบ"กินก็ได้ ทาก็ได้ ไม่ตกขอบ"
ต้นไม้ใหญ่
*******
กระทู้: 835



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2010, 02:47:38 PM »

ถ้านำมาลงได้ก็จะเป็นการสมควร จะได้ทราบความเคลื่อนไหวทั่วกัน.
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: