ธันวาคม 20, 2014, 11:38:04 PM *
ข่าว: กลุ่มเรารักษ์ป่า

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: ธันวาคม 04, 2014, 03:30:47 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
"ไซเตส"พอใจไทยแก้ค้างาช้าง

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้การต้อนรับ นายจอห์น อี. สแคนนอน เลขาธิการคณะกรรมการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) และนางลิซ่า ฟาโรเวย์ เจ้าหน้าที่สนับสนุน เพื่อรับทราบความก้าวหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย ตลอดจนรับทราบปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน

นายนิพนธ์กล่าวว่า กรณีประเทศไทยถูกคณะกรรมการไซเตส จัดให้เป็น 1 ใน 8 ประเทศ ที่มีปัญหาค้างาช้างผิดกฎหมาย หากไม่สามารถแก้ไขได้ภายในมี.ค. 2558 อาจถูกคว่ำบาตรทางการค้า หรือถูกระงับการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าตามบัญชีไซเตส ซึ่งจะส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจ คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 37,000 ล้านบาท และส่งผลกระทบต่อภาวะการจ้างแรงงานไม่น้อยกว่า 39,000 คน ตลอดจนส่งผลต่อภาพลักษณ์ด้านการอนุรักษ์ จึงได้แก้ไข พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ให้รวมถึงการคุ้มครองงาช้างแอฟริกาด้วย และออก พ.ร.บ.งาช้าง เพื่อควบคุมการค้าและการครอบครองงาช้างบ้าน ที่สำคัญคือมีบทลงโทษรุนแรงกว่าเดิม เมื่อเสนอแผนงานทั้งหมดให้เลขาฯไซเตสฟัง รวมทั้งยืนยันว่า กฎหมายฉบับใหม่จะประกาศใช้ได้ไม่เกินเดือนมี.ค. ทีมงานก็พอใจระดับหนึ่ง

ด้าน นายจอห์นกล่าวภายหลังประชุมร่วมกับ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าพอใจแผนปฏิบัติการแก้ปัญหาการค้างาช้างของประเทศไทย และจะส่งข้อมูลให้คณะกรรมาธิการไซเตสรับทราบ ไม่คิดว่าประเทศไทยจะสามารถออกกฎหมาย เพื่อควบคุมและลงโทษกับผู้ค้างาช้างผิดกฎหมายได้รวดเร็วขนาดนี้ แต่ต้องดูต่อไปว่า มีการปฏิบัติจริงและต่อเนื่องแค่ไหน ซึ่งคณะกรรมาธิการไซเตสจะประชุมกันในเดือน ส.ค. 2558 ระหว่างนี้จะติดตามตรวจสอบสิ่งที่ประเทศไทยปฏิบัติทุกระยะ

ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด / ๔ ธันวาคม ๒๕๕๗

 2 
 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2014, 10:28:45 AM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
สั่งเช็กต้นไม้อุทยานทั่วประเทศ - หลังเกิดเหตุสลดกลางอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า

จากอุบัติเหตุสลดกลางอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า ต้นไม้ขนาดใหญ่ 3 คนโอบ ล้มทับครอบครัวนักท่องเที่ยวเสียชีวิต 2 ศพ คือนายมังกร วุฒิปัญญาดี อายุ 43 ปี นายช่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จ.กำแพงเพชร และนางณัฏฐธิดา วุฒิปัญญาดี อายุ 35 ปี ภรรยา และยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 คน เป็นลูกสาวอายุ 12 ปี กับญาติผู้หญิงที่มาด้วยกัน สอบสวนพบว่าครอบครัวผู้ตายกางเต็นท์นอนและล้อมวงกินอาหาร สักครู่ต้นไม้ก็โค่นล้มทับใส่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ทางกรมอุทยานฯ เสียใจ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น จึงสั่งการให้ทุกอุทยานฯ ดูแลต้นไม้ที่ผุ หรือกิ่งก้านระเกะระกะ ให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจ หากดูแล้วจะส่งผลอันตรายต่อนักท่องเที่ยวก็ให้ตัดทิ้ง

นายนิพนธ์กล่าวว่า กรมอุทยานฯ มีมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว เพราะเป็นช่วงไฮซีซั่น ไม่ใช่แค่เรื่องต้นไม้ที่เจ้าหน้าที่ต้องดูแลความปลอดภัย แต่รวมไปถึงเรื่องสัตว์ป่า เพราะขณะนี้สัตว์ป่าเริ่มมากขึ้น มักออกมาหากินบริเวณที่มีคน หรือนักท่องเที่ยว

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวต่อว่า ล่าสุดทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) มอบเงินให้ญาติผู้เสียชีวิตรายละ 5,000 บาท และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอีกรายละ 5,000 บาทเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้นายธัญญา เนติธรรมกุล รองอธิบดีกรมอุทยานฯ นำเงินสวัสดิการของกรมอุทยานฯ มอบให้ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนอีก 50,000 บาท

ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด / ๑ ธันวาคม ๒๕๕๗

 3 
 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2014, 10:25:40 AM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
เร่งเยียวยาดญ.วัย12 ต้นเลี่ยนล้มทับพ่อแม่ดับต่อหน้า! กรมอุทยานฯยันเหตุสุดวิสัย

วันที่ 2 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา นายธัญญา เนติธรรมกุล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายวิรัช จตุพนาพร ผู้อำนวยการอนุรักษ์บริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) และนายอวยพร สุริวงศ์ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดกำแพงเพชร ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีสวดพระอภิธรรมการบำเพ็ญกุศล 2 สามี-ภรรยา นายมังกร วุฒิปัญญาดี อายุ 43 ปี นายช่างระดับ 6 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดกำแพงเพชร และ นางณัฎฐธิดา วุฒิปัญญาดี อายุ 38 ปี เจ้าหน้าที่พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดกำแพงเพชร ที่ประสบอุบัติเหตุ ต้นเลี่ยนต้นไม้ใหญ่โค่นทับเสียชีวิต ที่ลานกางเต็นท์ 2 อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า เขตติดต่อ จังหวัดตาก-กำแพงเพชร ซึ่งได้ตั้งศพของทั้งคู่บำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม ที่บ้านติดวัดศรีสุทธาวาส (วังน้ำขาว) เลขที่26 หมู่ที่ 13 ตำบลไตรตรึงษ์ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร
 
โดยมี คณะเจ้าหน้าที่จากทั้ง 2 หน่วยงาน และประชาชนจำนวนมาก กว่า 300 คน เข้าร่วมพิธี โดยมี นางนิ่ม วุฒิปัญญาดี อายุ 65 ปี มารดาของ นายมังกร วุฒิปัญญาดี และ นางแต๋ว จันทร์ฉาย อายุ 67 ปี มารดาของ นางณัฎฐธิดา วุฒิปัญญาดี 2 สามีภรรยาผู้เคราะห์ร้าย รวมทั้งด.ญ.วิภาดา วุฒิปัญญาดี น้องข้าวฟ่าง อายุ 12 ปี นักเรียนชั้นประถมปีที่ 6 โรงเรียนอนุบาลกำแพงเพชร บุตรของผู้เสียชีวิตและร่วมอยู่ในเหตุการณ์เศร้าสลดในครั้งนี้ และญาติๆ ร่วมต้อนรับผู้มาร่วมงาน โดยในวันนี้ มีพวงหรีดร่วมไว้อาลัยส่งมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก อาทิ พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายวราเทพ รัตนากร อดีตรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นต้น

ซึ่งก่อนพิธีสวดพระอภิธรรม นายธัญญา เนติธรรมกุล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น จากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้กับ น้องข้าวฟ่าง บุตรของผู้เสียชีวิตและร่วมอยู่ในเหตุการณ์เศร้าสลดในครั้งนี้ จำนวน 50,000 บาท และเยียวยาเบื้องต้นให้กับนางสาวกัณธิมา ประสาร อายุ 34 ปี เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดกำแพงเพชร ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกคนหนึ่ง ที่ขาข้างซ้ายหัก ที่มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

นายธัญญา เปิดเผยถึงเหตุการณ์เศร้าสลดที่เกิดขึ้นว่า ก่อนจะมาร่วมงานบำเพ็ญกุศลศพ ตนได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุที่อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า สำหรับต้นเลี่ยน ต้นไม้ใหญ่ที่เกิดเหตุล้มโค่นลงมานั้น จากการตรวจสอบพบว่า ไม้ต้นนี้ยังเป็นไม้สด ไม่ได้มีร่องรอยของการตายแห้ง มีปลวก หรือ มด กัดแทะโคนต้นหรือรากแต่ประการใด ไม่ใช่ไม้ยืนต้นตายแห้งอย่างที่เป็นข่าว

ต้นเลี่ยนในบริเวณที่เกิดเหตุมีจำนวน 2 ต้น อยู่เคียงคู่กัน ต้นที่ล้มนั้นลำต้นตรงสวยงาม อีกต้นที่ยังอยู่นั้นยังมีลักษณะเอียงบ้าง ช่วงเกิดเหตุก็ไม่มีลม หรือเหตุการณ์ส่งสัญญาณล่วงหน้ามาก่อนเลย ว่าจะล้มโค่นลงมา เป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ อย่างไรก็ตาม ต้นเลี่ยนที่เหลืออีกต้น ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตัดออก และทำการสำรวจต้นไม้ใหญ่ในบริเวณจุดให้บริการนักท่องเที่ยวทุกต้น ต้นไหนที่ล่อแหลม ให้ตัดกิ่งเอาออก ตกแต่งให้ปลอดภัย เพราะช่วงเกิดเหตุนับเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมาชมกันมาก มีสะพานแขวนข้ามลำน้ำคลองวังเจ้า เขตติดต่อของ 2 จังหวัด กำแพงเพชร และ ตาก ซึ่งทางอุทยานฯ จะเพิ่มมาตรการในเรื่องเวรยาม แผ่นป้ายประชาสัมพันธ์ต่างๆ รวมทั้งจะมีการติดตั้งกล้องซีซีทีวี เพื่อรองรับในเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวต่อไป

ส่วนมาตรการช่วยเหลือ น้องข้าวฟ่าง บุตรของผู้เสียชีวิต ในระยะยาวนั้น รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า คงต้องดูกันอีกที เพราะน้องข้าวฟ่าง เพิ่งเรียนอยู่ในระดับชั้นประถมปีที่ 6 ต้องปรึกษาหารือกันอีกครั้ง ว่าจะดำเนินการกันอย่างไรต่อไป

ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด / ๒ ธันวาคม ๒๕๕๗

 4 
 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2014, 10:03:47 AM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
เมื่อ ๓๐ พ.ย.๕๗ โทร.คุยกับน้องเอ (สัจบรรณ) แจ้งว่า จะไปช่วยค่ายฯ ในครั้งนี้ โดยจะรับผิดชอบด้านดนตรีให้

 5 
 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2014, 01:40:08 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
ลูกสาววัย12สุดเศร้า! ร่วมงานศพพ่อ-แม่ ต้นเลี่ยนล้มทับดับคาอุทยานฯวังเจ้า ไว้อาลัยสลดนายช่างกฟภ.-เมีย

 วันที่ 1 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 30 พ.ย. ที่ผ่านมา นายสุรพล วาณิชเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรและนายสมชาย วิเชียรกัลยารัตน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า ร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมการบำเพ็ญกุศล 2 สามี-ภรรยา นายมังกร วุฒิปัญญาดี อายุ 43 ปี นายช่างระดับ 6 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดกำแพงเพชร และ นางณัฎฐธิดา วุฒิปัญญาดี อายุ 38 ปี เจ้าหน้าที่พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดกำแพงเพชร ที่ประสบอุบัติเหตุ ต้นเลี่ยนต้นไม้ใหญ่โค่นทับเสียชีวิต ที่ลานกางเต็นท์ 2 อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า เขตติดต่อ จังหวัดตาก-กำแพงเพชร ซึ่งได้ตั้งศพของทั้งคู่บำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม ที่บ้านติดวัดศรีสุทธาวาส (วังน้ำขาว) เลขที่ 26 หมู่ที่ 13 ตำบลไตรตรึงษ์ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร
 
 โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจังหวัดกำแพงเพชร และประชาชน เข้าร่วมฟังสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศลศพในคืนแรกจำนวนมาก โดยมีพวงหรีดเคารพศพจำนวนมากเช่นกัน อาทิ นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นต้น บรรยากาศเต็มไปด้วยความเสร้าสลด โดยมี นางนิ่ม วุฒิปัญญาดี อายุ 65 ปี มารดาของ นายมังกร วุฒิปัญญาดี และ นางแต๋ว จันทร์ฉาย อายุ 67 ปี มารดาของ นางณัฎฐธิดา วุฒิปัญญาดี 2 สามีภรรยาผู้เคราะห์ร้าย รวมทั้ง ด.ญ.วิภาดา (ข้าวฟ่าง) วุฒิปัญญาดี บุตรของผู้เสียชีวิต และร่วมอยู่ในเหตุการณ์เศร้าสลดในครั้งนี้ อายุ 12 ปี นักเรียนชั้นประถมปีที่ 6 โรงเรียนอนุบาลกำแพงเพชร ซึ่งแพทย์โรงพยาบาลกำแพงเพชร อนุญาตให้มาร่วมงานงานบำเพ็ญกุศลศพได้ หลังจากเอ็กซเรย์อาการบาดเจ็บที่บริเวณขาข้าวขวา ที่เกิดจากเหตุการณ์ดังกล่าว พบว่ากระดูกไม่หัก เพียงแค่บาดเจ็บจากอาการกระดูกเคลื่อนและร้าว เท่านั้น

 นายสุรพล วาณิชเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า มีความรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก ช่วงนี้เป็นช่วงการท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสกับฤดูหนาว ซึ่งโดยทั่วไป การท่องเที่ยวในบรรยากาศแบบนี้ จะมีการป้องกันอันตรายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว แต่กลับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ซึ่งได้รับฟังจากผู้เข้าร่วมเหตุการณ์ที่ร่วมไปพักผ่อนวันหยุดในครั้งนี้หลายคน ทราบว่า ระหว่างเกิดเหตุมีผู้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์หลายคน และผู้เสียชีวิตก็ไม่ได้นั่งอยู่เคียงข้างกัน เพียงแต่ต้นเลี่ยน ต้นไม้ใหญ่ที่โค่นนั้น สูงมากประมาณ 20 เมตร เมื่อโค่นลงมาใส่กลุ่มผู้เสียชีวิตนั้น ลักษณะปลายลำต้น มีลักษณะเป็นตัววาย มีกิ่งทั้ง 2 ข้าง ซ้ายขวา และฟาดอย่างแรงถูกนายมังกร และนางณัฎฐธิดา จนเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ได้ให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ เพิ่มมาตรการป้องกันต้นไม้ใหญ่ ที่อยู่ในบริเวณจุดกางเต็นท์ ว่ามีสภาพของความมั่นคงแข็งแรงขนาดไหน

นายสมชาย วิเชียรกัลยารัตน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า เปิดเผยว่า ทางอุทยานฯ ในช่วงฤดูกาลต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเยือนในช่วงฤดูหนาว ก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลในเรื่องความปลอดภัยในด้านต่างๆ แต่ไม่ได้คิดถึงเรื่องที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ซึ่งนับเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อนจริงๆ ทุกคนรู้สึกเสียใจอย่างมากเช่นกัน สำหรับต้นเลี่ยนที่โค่นลงมาต้นนี้ เป็นไม้ที่รากไม่แข็งแรง และสูงมากประมาณ 20 เมตร ลำต้นตรง ทำให้เมื่อโค่นพาดไปถึงกลุ่มผู้เสียชีวิต จึงเกิดเหตุการณ์เศร้าสลดในครั้งนี้

สำหรับผู้เคราะห์ร้ายทั้ง 2 คน เป็นสามี–ภรรยา ได้กำหนดฌาปนกิจศพ วันพุธที่ 3 ธันวาคม 2557 เวลา 15.00 น. ณ เมรุลอยวัดศรีสุทธาวาส (วังน้ำขาว)

ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด / ๑ ธันวาคม ๒๕๕๗

 6 
 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2014, 04:39:43 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
นิสิตจุฬาฯ รณรงค์ต้านเขื่อนแม่วงก์

เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร นายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร จัดวงพูดคุยเพื่ออธิบายแนวทางเลือกการจัดการน้ำ โดยไม่ต้องสร้างเขื่อนแม่วงก์ นายศศินกล่าวว่าสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) โดยคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) กำลังจะพิจารณารายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) โครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ใน วันที่ 19 พ.ย.นี้ ทั้งที่อีเอชไอเอ ยังไม่สมบูรณ์ และมีปัญหาอยู่มาก ตนและมูลนิธิสืบฯ จึงเตรียมเดินทางไปให้กำลังใจ คชก.ให้พิจารณาอีเอชไอเอ อย่างรอบคอบตั้งแต่วันที่ 17 พ.ย. และเตรียมยื่นรายงานทางเลือกการจัดการน้ำแบบบูรณาการ กรณีไม่ต้องสร้างเขื่อนในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ให้คชก. นำไปพิจารณาด้วย

นายศศินกล่าวต่อว่าแนวทางเลือกการจัดการน้ำโดยไม่ต้องสร้างเขื่อนแม่วงก์นั้น จะเป็นทางเลือกที่ลดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศ และสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วม และน้ำแล้งได้ดีกว่าการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ใช้งบประมาณเพียง 2,000 ล้านบาท น้อยกว่าการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ที่ใช้งบประมาณสูงถึง 13,000 ล้านบาท และจากการศึกษาปัญหาเรื่องการจัดการน้ำในพื้นที่ พบข้อเท็จจริงที่เป็นปัญหาชัดเจนว่า ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นเพียงลักษณะน้ำบ่าที่น้ำจะท่วมขังในพื้นที่ไม่นาน และมักเกิดความเสียหายไม่มาก

วันเดียวกัน กลุ่มนิสิตชมรมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดรณรงค์คัดค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ที่ลานหน้าหอกลาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยการถือป้ายคัดค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ โดยนายพชรพล ไข่สนอง นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะบัญชี จุฬาฯ กล่าวว่าต้องการให้นิสิตและอาจารย์ในจุฬาฯ รับรู้ว่ากำลังจะพิจารณาการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ และให้ทุกคนออกมาร่วมกันคัดค้านการสร้างเขื่อน เนื่องจากทางกลุ่มเห็นว่าการสร้างเขื่อนแม่วงก์ไม่ได้ทำให้การจัดการน้ำในพื้นที่ดีขึ้น อีกทั้งยังมีวิธีการบริหารจัดการน้ำที่เป็นทางเลือกที่ดีกว่าการสร้างเขื่อนแม่วงก์อีกมาก ทั้งยังใช้งบประมาณในการดำเนินการที่น้อยกว่า

ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด / ๑๕ พ.ย.๒๕๕๗

 7 
 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2014, 03:26:05 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
กำหนดการแน่นอนแล้วนะครับ อยู่ในขั้นการเตรียมงานครับ

 8 
 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2014, 03:24:25 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
เตรียมการ "ค่ายเยาวชนเรารักษ์ป่า" ครั้งที่ 59
     
ด้วยรับการประสานงานจาก โรงเรียนอัสสัมชันนครราชสีมา (ม.โอ๋) ว่า ได้จัดทำโครงการค่ายเยาวชนเรารักษ์ป่า ครั้งที่ 59 ระหว่างวันที่ 23-25 มกราคม 2558 ณ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทับลานที่ 11 (ไทยสามัคคี) บริเวณผาเก็บตะวัน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา นักเรียนประมาณ 100 คน (ป.6 ประมาณ 30 คน และนักเรียนมัธยม 70 คน)

รายละเอียดกิจกรรม : นักเรียนจะนอนเต็นท์ทั้งหมด / อาหารสั่งทำ (นร.ไม่ได้ทำเอง) / วันศุกร์ที่ 23 ม.ค.จะเดินทางออกจากโรงเรียนเวลาประมาณ 08.00 น. / เส้นทางศึกษาธรรมชาติ จะไปดำเนินการสำรวจก่อนประมาณ 2 ครั้ง (ท่านใดไม่ติดภารกิจ ขอเชิญร่วมเดินทางไปสำรวจด้วยกันครับ)

จึงประชาสัมพันธ์แจ้งสมาชิกกลุ่มเรารักษ์ป่าและนักสื่อความหมายทุกท่านมาเพื่อเตรียมความพร้อมครับ

 9 
 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2014, 06:52:29 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
โคราชโวยตัดไม้ใหญ่วางท่อก๊าซ

เมื่อวันที่ 15 ต.ค. นายกฤษติชัย สุขมังษา ประธานกลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์ธรรมชาติ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา กล่าวถึงกรณี บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ดำเนินการตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ เพื่อปรับพื้นที่ในการวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติว่า การขุดถนนบนถนนมิตรภาพ ตั้งแต่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ถึง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ระยะทางทั้งสิ้น 112 ก.ม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 28 นิ้ว ต้องโค่นต้นไม้ขนาดใหญ่ เช่น ไม้ประดู่ ไม้แดง และไม้เนื้อแข็ง อายุประมาณ 30-40 ปี

นายกฤษติชัยกล่าวอีกว่า ต้นไม้ขนาดใหญ่ในพื้นที่เขต ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง ถูกทำลายไปแล้วเป็นจำนวนมาก และจะถูกทำลายเป็นระยะทาง 112 ก.ม. ถือว่าเป็นการทำลายทรัพยากรของแผ่นดิน ทำให้สิ่งแวดล้อมเสียหาย รัฐต้องสูญเสียงบประมาณในการปลูกและใช้เวลาดูแลนาน อีกทั้งการขุดถนนยังทำให้เกิดฝุ่นละอองเป็นมลพิษทางอากาศ จึงอยากให้รัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบลงมาตรวจสอบ

ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด / ๑๖ ต.ค.๕๗

 10 
 เมื่อ: ตุลาคม 03, 2014, 10:20:09 AM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
ทส.เตรียมปรับอุทยานฯสู่สากล

เมื่อวันที่ 2 ต.ค. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยหลังประชุมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และแหล่งท่องเที่ยวทั่วไปว่า กรมอุทยานฯมีแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานฯ 148 แห่ง มีแผนจะพัฒนาปรับปรุงให้มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับโลก มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีความปลอดภัย และคงความเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะต้องดูรายละเอียดหารูปแบบที่เหมาะสม เรื่องตั๋วเข้าอุทยานฯแบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้สอดคล้องกับกระทรวงการท่องเที่ยวฯ คาดว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงไม่เกิน 1 ปี โดยจะนำร่องในอุทยานฯ อินทนนท์ จ.เชียงใหม่ อุทยานฯ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา อุทยานฯ เอราวัณ จ.กาญจนบุรี และอุทยานฯ อ่าวพังงา จ.พังงา

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ มีโครงการไทยแลนด์เกตเวย์หรือทัวริสต์เกตเวย์ เพื่อเชื่อมโยงตั้งแต่เรื่องการจองตั๋วเครื่องบิน ข้อมูลวีซ่า และเชื่อมโยงกับระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ของกรมอุทยานฯ

ส่วนนายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานฯกล่าวว่า จะปรับปรุงสำนักงานที่ทำการและบ้านพักที่เก่าทรุดโทรม ให้มีสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องน้ำสำหรับคนชรา คนพิการ ด้านความปลอดภัยจะติดกล้องวงจรปิดทางเข้าออกอุทยานฯ งบประมาณจะใช้จากเงินรายได้ของกรมอุทยานฯ หรือซีเอสอาร์จากภาคเอกชน พร้อมจัดประกวดออกแบบรูปแบบอาคารที่จะนำมาปรับปรุงใน 4 อุทยานฯ เพื่อให้มีความทันสมัย เป็นสากล และกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม

ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด / ๒ ต.ค.๕๗

หน้า: [1] 2 3 ... 10