กันยายน 02, 2015, 03:15:50 AM *
ข่าว: กลุ่มเรารักษ์ป่า

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: กันยายน 01, 2015, 04:24:11 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
(31 ส.ค.58) นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ในฐานะ อดีตคนสนิทของ สืบ นาคะเสถียร อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งปลิดชีพตัวเอง เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2533 เพื่อเรียกร้องให้สังคมไทยหันมาดูแลรักษาป่าให้มากยิ่งขึ้นว่า แนวคิดที่ คุณสืบพยายามส่งสัญญาณให้ทุกคนทราบ และช่วยกันปฏิบัติเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนมาจนถึงวันนี้เป็นที่รับรู้ของผู้คนมากขึ้น โดยเฉพาะเยาวชน ที่แสดงออก และมีความเข้าใจ รวมทั้งปฏิบัติตัว ที่ทำให้เห็นว่า เอาใจใส่ดูแลรักษาป่ามากขึ้น และแม้บางคนจะเกิดไม่ทันช่วงการเสียชีวิตของคุณสืบ แต่เมื่อพูดถึงชีวประวัติของวีรบุรุษป่าไม้คนนี้มีเยาวชนมากกว่าครึ่งที่รู้จัก

นายธีรภัทรกล่าวว่า จากการสำรวจพื้นที่ป่าเพื่อบันทึกเป็นข้อมูลล่าสุด ปี 2556 ถึง เดือนตุลาคม 2557 พบว่า จังหวัดที่มีพื้นที่ป่ามากที่สุด เมื่อเทียบกับพื้นที่จังหวัดเป็น 5 อันดับแรก ได้แก่
 
1. แม่ฮ่องสอน มีพื้นที่ป่าคิดเป็น ร้อยละ 87.12 อันดับที่ 2.จ. ตาก มีพื้นที่ป่าคิดเป็นร้อยละ 72.05 อันดับที่ 3. จ.ลำปาง มีพื้นที่ป่าคิดเป็น ร้อยละ 70.84 อันดับที่ 4. จ.เชียงใหม่ มีพื้นที่ป่าคิดเป็น ร้อยละ 70.13 และอันดับที่  5. จ.กาญจนบุรี มีพื้นที่ป่าคิดเป็น ร้อยละ 62.50 

ส่วนจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่  1. กรุงเทพมหานคร เพิ่มขึ้นร้อยละ 298.48  2. สมุทรปราการ เพิ่มขึ้นร้อยละ 72.02  3. สมุทรสาคร เพิ่มขึ้นร้อยละ 70.21  4. สมุทรสงคราม เพิ่มขึ้นร้อยละ 33.49 และ  5. พิจิตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.43

ส่วนจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าลดลงมากที่สุด 5 อันดับ คือ  1.ระยอง ลดลงร้อยละ 10.23  2. สงขลา ลดลงร้อยละ 7.52  3. ศรีษะเกษ ลดลงร้อยละ 5.84  4. สุรินทร์ ลดลงร้อยละ 4.61และ 5. บึงกาฬ ลดลงร้อยละ 4.01

นายธีรภัทรกล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม เป็นพื้นที่ที่มีแนวเขตติดต่อกัน พื้นที่ป่าที่เพิ่มขึ้นมานั้น ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าชายเลน โดยในกรุงเทพฯนั้น ปี 2556 สำรวจพบป่าชายเลน 805 ไร่ และล่าสุดพบ 3,211 ไร่ สมุทรปราการ ปี 2556 พบ 8,642 ไร่ ล่าสุดพบ 14,866 ไร่ และสมุทรสาคร ปี 2556 พบ 13,541 ไร่ ล่าสุดพบ 23,048 ไร่ สาเหตุหลักของการเพิ่มขึ้นของป่าชายเลน คือ ประสิทธิภาพในการสำรวจดีขึ้นละเอียดมากขึ้น รวมกับการฟื้นฟูพื้นที่ป่าดีขึ้น ทั้งนี้ลักษณะเฉพาะของต้นไม้ในป่าชายเลน โดยเแพาะ โกงกาง เสม็ด ลำพู โปรง นั้น หากไม่มีใครไปรุกรานทำลายแล้ว ไม้พวกนี้ค่อนข้างจะโต และขยายพื้นที่ได้เร็ว

นอกจากนี้ นายธีรภัทรยังกล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของพื้นที่ป่าที่มีตัวเลขเปอร์เซ็นต์ ค่อนข้างสูงนั้น เปรียบเทียบกับพื้นที่ป่าที่มีอยู่เดิม และพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัดนั้นๆด้วย เมื่อคิดออกมาเป็นจำนวนไร่แล้ว อาจจะไม่มากนัก แต่ก็ถือว่าดีที่ปริมาณเพิ่มขึ้น ไม่ได้ลดลง อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายพื้นที่ของประเทศ ที่พื้นที่ป่าลดลง จากการบุกรุกทำลาย โดยเฉพาะการบุกรุกเข้าไปทำสวนยางพารา อย่าง จ.ระยอง เดิมปี 2556 พบพื้นที่ป่า 55,254 ไร่ แต่ล่าสุดพบ 49,733 ไร่ ซึ่งการบุกรุกพื้นที่ป่าในเขต จ.ระยองนั้นมีมาก่อนปี 2556 อีก

สำหรับพื้นที่ภาคใต้ ที่มีข่าวออกมาว่า ไม่ค่อยประสบความสำเร็จในเรื่องการทวงคืนผืนป่า ตามโรดแม็ปของรัฐบาลชุดนี้มากนักนั้น อธิบดีกรมป่าไม้ ชี้แจงว่า ยอมรับว่า ภาคใต้เป็นพื้นที่ ที่มีกลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพล เข้าไปครอบครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเพื่อปลูกยางพาราอยู่ค่อนข้างมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานลำบาก และยากกว่าพื้นที่อื่นๆ โดยตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะเข้ายึดคืนพื้นที่ที่ถูกบุกรุกให้ได้ภายในปีนี้ 100,000 ไร่ แต่ที่ผ่านมาสามารถยึดคืนได้แค่ 6,750 ไร่เท่านั้น หลังจากนี้อาจจะต้องวางแผนการเข้าพื้นที่ใหม่ โดยได้ขอกำลังสมทบจากกองทัพภาคที่ 4 เข้าร่วมทำงานเพิ่มขึ้นด้วย
 
ที่มา : น.ส.พ.มติชน / ๓๑ ส.ค.๕๘

 2 
 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2015, 07:14:44 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
***เริ่มสร้างถนน-อุโมงค์ เชื่อมมรดกโลก "เขาใหญ่-ทับลาน"

หลังได้ฤกษ์เปิดประมูลก่อสร้างเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมา ล่าสุด "ทล.-กรมทางหลวง" เริ่มเดินหน้าโครงการก่อสร้างขยายถนนสาย 304 (กบินทร์บุรี-ปักธงชัย) ระยะทาง 15.5 กิโลเมตร ช่วงกิโลเมตรที่ 41-57 พร้อมกับก่อสร้างสะพานคู่และอุโมงค์ทางลอดสำหรับให้สัตว์เดินลอดข้าม
เนื่องจากอยู่ในพื้นที่รอยต่อระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลาน ใน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี และเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ที่ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติเมื่อปี 2548 จึงต้องออกแบบให้การอนุรักษ์และการพัฒนาสามารถดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกันได้
ทั้งโครงการใช้เงินก่อสร้าง2,908ล้านบาท แบ่งการก่อสร้างเป็น 3 สัญญา

สัญญาแรก เป็นงานก่อสร้างสะพานและอุโมงค์ เชื่อมผืนป่าระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กับทับลาน เพื่อให้สัตว์เดินข้ามด้านใต้ จากกิโลเมตรที่ 26-29 ระยะทาง 3 กิโลเมตร มีบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ก่อสร้าง วงเงิน 1,319 ล้านบาท รูปแบบก่อสร้างเป็นแบบผสมผสาน ประกอบด้วยถนนระดับดินขนาด 4 ช่องจราจร กั้นรั้วตลอดแนว 2 ฝั่งถนน 4 ช่วง ระยะทางรวม 2.41 กิโลเมตร ทางยกระดับ 1 ช่วง ระยะทาง 570 เมตร และอุโมงค์ทางหลวงชนิดตัดดินและถมกลับ 2 จุด รวมระยะทาง 430 เมตร

สัญญาที่ 2 งานขยายถนนเดิมเป็น 4 ช่องจราจร ระยะทาง 8.8 กิโลเมตร วงเงิน 795 ล้านบาท มีบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ก่อสร้าง

ส่วนสัญญาที่ 3 งานขยายถนนเดิมเป็น 4 ช่องจราจร ระยะทาง 6.7 กิโลเมตร วงเงิน 794 ล้านบาท มีบริษัท ธนะสินพัฒนา (1999) จำกัด เป็นผู้ก่อสร้าง

โดยทั้ง 2 สัญญานี้ ออกแบบเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจรพร้อมไหล่ทาง ใช้กำแพงคอนกรีตกั้นแบ่งทิศทางการจราจร ใช้ถนนเดิมเป็นคันทางของทิศทางจราจรด้านขาขึ้น และขยายคันทางใหม่ไปด้านขวา คันทางเป็นรูปแบบต่างระดับ มีจุดกลับรถ 6 แห่ง ได้แก่ บริเวณจุดเริ่มต้นโครงการ, บริเวณทางเข้าผางามรีสอร์ท, บริเวณใกล้ห้วยซับบอน บริเวณบ้านแสนสุข, บริเวณโรงเรียนบ้าน และบริเวณทางแยกไปเขาแผงม้า

นอกจากนี้ ยังกำหนดให้มีสะพานลอยคนข้าม 2 แห่ง ได้แก่ บริเวณโรงเรียนบ้าน และบริเวณโรงเรียนบ้านศาลเจ้าพ่อ ขณะเดียวกันจะมีการก่อสร้างถนนเป็นทางยกระดับให้รถยนต์วิ่งด้านบนและสัตว์ป่าเดินลอดด้านใต้ในบริเวณกิโลเมตรที่42+600-42+930โดยออกแบบเป็นทางยกระดับลักษณะเป็นสะพาน 2 สะพานคู่กัน ซึ่งสะพานแต่ละฝั่งมีช่องทางรถยนต์ 2 ช่องจราจร มีความกว้าง 3.5 เมตรต่อ 1 ช่องทาง มีช่องทางจักรยานยนต์ 1 ช่องทาง กว้าง 2.5 เมตร ทางเท้ากว้าง 1 เมตร และติดตั้งแผงป้องกันเสียงดังรบกวนจากยานพาหนะต่อสัตว์ป่าตั้งแต่กิโลเมตรที่ 42-43+080 รวมทั้งออกแบบให้มีทางข้ามสำหรับสัตว์ที่อาศัยเรือนยอดต้นไม้หรือสะพานลิง ด้านใต้ทางยกระดับของโครงการบริเวณกิโลเมตรที่ 42+750 และกิโลเมตรที่ 42+8004
ทั้งหมดจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี ตามสัญญามีกำหนดเสร็จเดือนมิถุนายน 2561 เมื่อแล้วเสร็จ จะเป็นเส้นทางหลักที่เสริมแกร่งการขนส่งสินค้าระหว่างภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากถนนสาย 304 นับว่าเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการรองรับการขนส่งสินค้าจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือสู่ท่าเรือแหลมฉบังและนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออกหรือ EasternSeaboard ได้เป็นอย่างดี

(ที่มา : น.ส.พ.มติชน / 28 ส.ค.58)

 3 
 เมื่อ: เมษายน 06, 2015, 01:13:57 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
ขอบคุณท่านนายอำเภอเสิงสาง (ว่าที่ ร.ต.วรพจน์  ขำศรีบุศ) นายสมศักดิ์  กาญตนะคช หน.เขตการจัดการอุทยานฯ ทับลานที่ 4, พ.ต.พงษ์พัฒน์  เตือนขุนทด จาก ร.23, สภ.เสิงสาง, นายก อบต.โนนสมบูรณ์, กำนันไพฑูรย์  สิงห์โท กำนัน ต.โนนสมบูรณ์, ชาวบ้านด่านละกอ, สมาชิกกลุ่มเรารักษ์ป่า และมีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน

ส่วนประภาพกิจกรรมจะได้นำมาให้ชมเร็วๆ นี้

 4 
 เมื่อ: เมษายน 01, 2015, 09:36:17 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
ติดตามข้อมูลข่าวสารอีกช่องทาง คือ เฟสบุ๊คของกลุ่มเรารักษ์ป่า "www.facebook.com/กลุ่มเรารักษ์ป่า"

 5 
 เมื่อ: เมษายน 01, 2015, 09:16:38 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin


***งานพิธีบวงสรวงเจ้าแม่ต้นตะเคียนทองพันปี ครั้งที่ 9
       ขอเชิญร่วมกิจกรรม...งานพิธีบวงสรวงเจ้าแม่ต้นตะเคียนทอง ครั้งที่ 9 ขนาด 13 คนโอบ อายุกว่าหนึ่งพันปี ต้นใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2558 ณ เขตการจัดการอุทยานแห่งชาติทับลานที่ 4 (ลำปลายมาศ) บริเวณบ้านด่านละกอ ต.โนนสมบูรณ์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา
       ดำเนินการโดยกลุ่มเรารักษ์ป่า ร่วมกับอำเภอเสิงสาง, อช.ทับลาน, กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ต.โนนสมบูรณ์ และชาวบ้านด่านละกอ หมู่ที่ 13 ต.โนนสมบูรณ์

 6 
 เมื่อ: มีนาคม 02, 2015, 12:10:36 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
พม่าจับช้างเผือกตัวที่ 9 ได้จากป่าเขตอิรวดี

ไทมส์ ออฟ อินเดีย รายงานวันที่ 1 มี.ค. ว่า เจ้าหน้าที่กระทรวงป่าไม้พม่าจับช้างเผือกในป่าภูมิภาคอิรวดี หรือ เอยาวดี ทางฝั่งตะวันตก หลังจากพบเห็นเมื่อ  6 สัปดาห์ก่อนและใช้ความพยายามตามหา กระทั่งจับได้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เป็นช้างเพศเมีย อายุ 7 ปี สูง 1.9 เมตร เป็นช้างเผือกตัวที่ 9 ที่จับได้ คนในภูมิภาคอาเซียนเชื่อว่าช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและความมั่งคั่งของราชวงศ์ และจะนำโชคดีมาสู่ประเทศ

ช้างเผือก 8 ตัวก่อนหน้านี้ที่ทางการพม่าจับได้ ส่วนใหญ่มาจากป่าแถบอิรวดีเช่นเดียวกัน ตอนนี้เลี้ยงทางการพม่าเลี้ยงไว้ โดย 5 เชือกอยู่ในกรุงเนปิดอว์ อีก 3 เชือกอยู่ในสวนสัตว์นครย่างกุ้ง

จากข้อมูลของกองทุนสัตว์ป่าโลก  มีช้างเอเชียราว 25,600-32,750 ตัวอยู่ในปา เฉพาะตัวผู้จะตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มล่าช้างเอางา ขณะที่การจับช้างเพื่อมาใช้งานภายในส่งผลกระทบประชากรช้างในป่า อินเดีย เวียดนาม และพม่า มีกฎหมายห้าม แต่ในพม่ายังมีการลักลอบจับมาลากซุงและค้าสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมาย

ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด / ๒ มี.ค.๒๕๕๘

 7 
 เมื่อ: ธันวาคม 26, 2014, 12:11:54 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
ในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ ๒๗-๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๗ จะเดินทางไปสำรวจเส้นทางศึกษาธรรมชาติ (Nature trail) และสถานที่ บริเวณผาเก็บตะวัน หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ทับลานที่ ๑๑ (ไทยสามัคคี) โดยจะออกเดินทางในเวลาประมาณ ๐๘.๓๐ น.

ท่านใดไม่ติดภารกิจ เรียนเชิญร่วมเดินทางและสำรวจสถานที่ / เส้นทางศึกษาธรรมชาติร่วมกันครับ

ในช่วงนี้สภาพอากาศค่อนข้างเย็น ถ้าโชคดีจะได้เห็นทะเลหมอกที่สวยงามด้วย

 8 
 เมื่อ: ธันวาคม 04, 2014, 03:30:47 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
"ไซเตส"พอใจไทยแก้ค้างาช้าง

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้การต้อนรับ นายจอห์น อี. สแคนนอน เลขาธิการคณะกรรมการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) และนางลิซ่า ฟาโรเวย์ เจ้าหน้าที่สนับสนุน เพื่อรับทราบความก้าวหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย ตลอดจนรับทราบปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน

นายนิพนธ์กล่าวว่า กรณีประเทศไทยถูกคณะกรรมการไซเตส จัดให้เป็น 1 ใน 8 ประเทศ ที่มีปัญหาค้างาช้างผิดกฎหมาย หากไม่สามารถแก้ไขได้ภายในมี.ค. 2558 อาจถูกคว่ำบาตรทางการค้า หรือถูกระงับการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าตามบัญชีไซเตส ซึ่งจะส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจ คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 37,000 ล้านบาท และส่งผลกระทบต่อภาวะการจ้างแรงงานไม่น้อยกว่า 39,000 คน ตลอดจนส่งผลต่อภาพลักษณ์ด้านการอนุรักษ์ จึงได้แก้ไข พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ให้รวมถึงการคุ้มครองงาช้างแอฟริกาด้วย และออก พ.ร.บ.งาช้าง เพื่อควบคุมการค้าและการครอบครองงาช้างบ้าน ที่สำคัญคือมีบทลงโทษรุนแรงกว่าเดิม เมื่อเสนอแผนงานทั้งหมดให้เลขาฯไซเตสฟัง รวมทั้งยืนยันว่า กฎหมายฉบับใหม่จะประกาศใช้ได้ไม่เกินเดือนมี.ค. ทีมงานก็พอใจระดับหนึ่ง

ด้าน นายจอห์นกล่าวภายหลังประชุมร่วมกับ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าพอใจแผนปฏิบัติการแก้ปัญหาการค้างาช้างของประเทศไทย และจะส่งข้อมูลให้คณะกรรมาธิการไซเตสรับทราบ ไม่คิดว่าประเทศไทยจะสามารถออกกฎหมาย เพื่อควบคุมและลงโทษกับผู้ค้างาช้างผิดกฎหมายได้รวดเร็วขนาดนี้ แต่ต้องดูต่อไปว่า มีการปฏิบัติจริงและต่อเนื่องแค่ไหน ซึ่งคณะกรรมาธิการไซเตสจะประชุมกันในเดือน ส.ค. 2558 ระหว่างนี้จะติดตามตรวจสอบสิ่งที่ประเทศไทยปฏิบัติทุกระยะ

ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด / ๔ ธันวาคม ๒๕๕๗

 9 
 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2014, 10:28:45 AM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
สั่งเช็กต้นไม้อุทยานทั่วประเทศ - หลังเกิดเหตุสลดกลางอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า

จากอุบัติเหตุสลดกลางอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า ต้นไม้ขนาดใหญ่ 3 คนโอบ ล้มทับครอบครัวนักท่องเที่ยวเสียชีวิต 2 ศพ คือนายมังกร วุฒิปัญญาดี อายุ 43 ปี นายช่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จ.กำแพงเพชร และนางณัฏฐธิดา วุฒิปัญญาดี อายุ 35 ปี ภรรยา และยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 คน เป็นลูกสาวอายุ 12 ปี กับญาติผู้หญิงที่มาด้วยกัน สอบสวนพบว่าครอบครัวผู้ตายกางเต็นท์นอนและล้อมวงกินอาหาร สักครู่ต้นไม้ก็โค่นล้มทับใส่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ทางกรมอุทยานฯ เสียใจ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น จึงสั่งการให้ทุกอุทยานฯ ดูแลต้นไม้ที่ผุ หรือกิ่งก้านระเกะระกะ ให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจ หากดูแล้วจะส่งผลอันตรายต่อนักท่องเที่ยวก็ให้ตัดทิ้ง

นายนิพนธ์กล่าวว่า กรมอุทยานฯ มีมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว เพราะเป็นช่วงไฮซีซั่น ไม่ใช่แค่เรื่องต้นไม้ที่เจ้าหน้าที่ต้องดูแลความปลอดภัย แต่รวมไปถึงเรื่องสัตว์ป่า เพราะขณะนี้สัตว์ป่าเริ่มมากขึ้น มักออกมาหากินบริเวณที่มีคน หรือนักท่องเที่ยว

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวต่อว่า ล่าสุดทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) มอบเงินให้ญาติผู้เสียชีวิตรายละ 5,000 บาท และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอีกรายละ 5,000 บาทเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้นายธัญญา เนติธรรมกุล รองอธิบดีกรมอุทยานฯ นำเงินสวัสดิการของกรมอุทยานฯ มอบให้ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนอีก 50,000 บาท

ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด / ๑ ธันวาคม ๒๕๕๗

 10 
 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2014, 10:25:40 AM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
เร่งเยียวยาดญ.วัย12 ต้นเลี่ยนล้มทับพ่อแม่ดับต่อหน้า! กรมอุทยานฯยันเหตุสุดวิสัย

วันที่ 2 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา นายธัญญา เนติธรรมกุล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายวิรัช จตุพนาพร ผู้อำนวยการอนุรักษ์บริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) และนายอวยพร สุริวงศ์ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดกำแพงเพชร ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีสวดพระอภิธรรมการบำเพ็ญกุศล 2 สามี-ภรรยา นายมังกร วุฒิปัญญาดี อายุ 43 ปี นายช่างระดับ 6 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดกำแพงเพชร และ นางณัฎฐธิดา วุฒิปัญญาดี อายุ 38 ปี เจ้าหน้าที่พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดกำแพงเพชร ที่ประสบอุบัติเหตุ ต้นเลี่ยนต้นไม้ใหญ่โค่นทับเสียชีวิต ที่ลานกางเต็นท์ 2 อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า เขตติดต่อ จังหวัดตาก-กำแพงเพชร ซึ่งได้ตั้งศพของทั้งคู่บำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม ที่บ้านติดวัดศรีสุทธาวาส (วังน้ำขาว) เลขที่26 หมู่ที่ 13 ตำบลไตรตรึงษ์ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร
 
โดยมี คณะเจ้าหน้าที่จากทั้ง 2 หน่วยงาน และประชาชนจำนวนมาก กว่า 300 คน เข้าร่วมพิธี โดยมี นางนิ่ม วุฒิปัญญาดี อายุ 65 ปี มารดาของ นายมังกร วุฒิปัญญาดี และ นางแต๋ว จันทร์ฉาย อายุ 67 ปี มารดาของ นางณัฎฐธิดา วุฒิปัญญาดี 2 สามีภรรยาผู้เคราะห์ร้าย รวมทั้งด.ญ.วิภาดา วุฒิปัญญาดี น้องข้าวฟ่าง อายุ 12 ปี นักเรียนชั้นประถมปีที่ 6 โรงเรียนอนุบาลกำแพงเพชร บุตรของผู้เสียชีวิตและร่วมอยู่ในเหตุการณ์เศร้าสลดในครั้งนี้ และญาติๆ ร่วมต้อนรับผู้มาร่วมงาน โดยในวันนี้ มีพวงหรีดร่วมไว้อาลัยส่งมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก อาทิ พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายวราเทพ รัตนากร อดีตรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นต้น

ซึ่งก่อนพิธีสวดพระอภิธรรม นายธัญญา เนติธรรมกุล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น จากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้กับ น้องข้าวฟ่าง บุตรของผู้เสียชีวิตและร่วมอยู่ในเหตุการณ์เศร้าสลดในครั้งนี้ จำนวน 50,000 บาท และเยียวยาเบื้องต้นให้กับนางสาวกัณธิมา ประสาร อายุ 34 ปี เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดกำแพงเพชร ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกคนหนึ่ง ที่ขาข้างซ้ายหัก ที่มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

นายธัญญา เปิดเผยถึงเหตุการณ์เศร้าสลดที่เกิดขึ้นว่า ก่อนจะมาร่วมงานบำเพ็ญกุศลศพ ตนได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุที่อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า สำหรับต้นเลี่ยน ต้นไม้ใหญ่ที่เกิดเหตุล้มโค่นลงมานั้น จากการตรวจสอบพบว่า ไม้ต้นนี้ยังเป็นไม้สด ไม่ได้มีร่องรอยของการตายแห้ง มีปลวก หรือ มด กัดแทะโคนต้นหรือรากแต่ประการใด ไม่ใช่ไม้ยืนต้นตายแห้งอย่างที่เป็นข่าว

ต้นเลี่ยนในบริเวณที่เกิดเหตุมีจำนวน 2 ต้น อยู่เคียงคู่กัน ต้นที่ล้มนั้นลำต้นตรงสวยงาม อีกต้นที่ยังอยู่นั้นยังมีลักษณะเอียงบ้าง ช่วงเกิดเหตุก็ไม่มีลม หรือเหตุการณ์ส่งสัญญาณล่วงหน้ามาก่อนเลย ว่าจะล้มโค่นลงมา เป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ อย่างไรก็ตาม ต้นเลี่ยนที่เหลืออีกต้น ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตัดออก และทำการสำรวจต้นไม้ใหญ่ในบริเวณจุดให้บริการนักท่องเที่ยวทุกต้น ต้นไหนที่ล่อแหลม ให้ตัดกิ่งเอาออก ตกแต่งให้ปลอดภัย เพราะช่วงเกิดเหตุนับเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมาชมกันมาก มีสะพานแขวนข้ามลำน้ำคลองวังเจ้า เขตติดต่อของ 2 จังหวัด กำแพงเพชร และ ตาก ซึ่งทางอุทยานฯ จะเพิ่มมาตรการในเรื่องเวรยาม แผ่นป้ายประชาสัมพันธ์ต่างๆ รวมทั้งจะมีการติดตั้งกล้องซีซีทีวี เพื่อรองรับในเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวต่อไป

ส่วนมาตรการช่วยเหลือ น้องข้าวฟ่าง บุตรของผู้เสียชีวิต ในระยะยาวนั้น รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า คงต้องดูกันอีกที เพราะน้องข้าวฟ่าง เพิ่งเรียนอยู่ในระดับชั้นประถมปีที่ 6 ต้องปรึกษาหารือกันอีกครั้ง ว่าจะดำเนินการกันอย่างไรต่อไป

ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด / ๒ ธันวาคม ๒๕๕๗

หน้า: [1] 2 3 ... 10