พฤศจิกายน 29, 2014, 12:53:47 AM *
ข่าว: กลุ่มเรารักษ์ป่า

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2014, 04:39:43 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
นิสิตจุฬาฯ รณรงค์ต้านเขื่อนแม่วงก์

เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร นายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร จัดวงพูดคุยเพื่ออธิบายแนวทางเลือกการจัดการน้ำ โดยไม่ต้องสร้างเขื่อนแม่วงก์ นายศศินกล่าวว่าสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) โดยคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) กำลังจะพิจารณารายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) โครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ใน วันที่ 19 พ.ย.นี้ ทั้งที่อีเอชไอเอ ยังไม่สมบูรณ์ และมีปัญหาอยู่มาก ตนและมูลนิธิสืบฯ จึงเตรียมเดินทางไปให้กำลังใจ คชก.ให้พิจารณาอีเอชไอเอ อย่างรอบคอบตั้งแต่วันที่ 17 พ.ย. และเตรียมยื่นรายงานทางเลือกการจัดการน้ำแบบบูรณาการ กรณีไม่ต้องสร้างเขื่อนในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ให้คชก. นำไปพิจารณาด้วย

นายศศินกล่าวต่อว่าแนวทางเลือกการจัดการน้ำโดยไม่ต้องสร้างเขื่อนแม่วงก์นั้น จะเป็นทางเลือกที่ลดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศ และสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วม และน้ำแล้งได้ดีกว่าการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ใช้งบประมาณเพียง 2,000 ล้านบาท น้อยกว่าการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ที่ใช้งบประมาณสูงถึง 13,000 ล้านบาท และจากการศึกษาปัญหาเรื่องการจัดการน้ำในพื้นที่ พบข้อเท็จจริงที่เป็นปัญหาชัดเจนว่า ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นเพียงลักษณะน้ำบ่าที่น้ำจะท่วมขังในพื้นที่ไม่นาน และมักเกิดความเสียหายไม่มาก

วันเดียวกัน กลุ่มนิสิตชมรมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดรณรงค์คัดค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ที่ลานหน้าหอกลาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยการถือป้ายคัดค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ โดยนายพชรพล ไข่สนอง นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะบัญชี จุฬาฯ กล่าวว่าต้องการให้นิสิตและอาจารย์ในจุฬาฯ รับรู้ว่ากำลังจะพิจารณาการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ และให้ทุกคนออกมาร่วมกันคัดค้านการสร้างเขื่อน เนื่องจากทางกลุ่มเห็นว่าการสร้างเขื่อนแม่วงก์ไม่ได้ทำให้การจัดการน้ำในพื้นที่ดีขึ้น อีกทั้งยังมีวิธีการบริหารจัดการน้ำที่เป็นทางเลือกที่ดีกว่าการสร้างเขื่อนแม่วงก์อีกมาก ทั้งยังใช้งบประมาณในการดำเนินการที่น้อยกว่า

ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด / ๑๕ พ.ย.๒๕๕๗

 2 
 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2014, 03:26:05 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
กำหนดการแน่นอนแล้วนะครับ อยู่ในขั้นการเตรียมงานครับ

 3 
 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2014, 03:24:25 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
เตรียมการ "ค่ายเยาวชนเรารักษ์ป่า" ครั้งที่ 59
     
ด้วยรับการประสานงานจาก โรงเรียนอัสสัมชันนครราชสีมา (ม.โอ๋) ว่า ได้จัดทำโครงการค่ายเยาวชนเรารักษ์ป่า ครั้งที่ 59 ระหว่างวันที่ 23-25 มกราคม 2558 ณ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทับลานที่ 11 (ไทยสามัคคี) บริเวณผาเก็บตะวัน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา นักเรียนประมาณ 100 คน (ป.6 ประมาณ 30 คน และนักเรียนมัธยม 70 คน)

รายละเอียดกิจกรรม : นักเรียนจะนอนเต็นท์ทั้งหมด / อาหารสั่งทำ (นร.ไม่ได้ทำเอง) / วันศุกร์ที่ 23 ม.ค.จะเดินทางออกจากโรงเรียนเวลาประมาณ 08.00 น. / เส้นทางศึกษาธรรมชาติ จะไปดำเนินการสำรวจก่อนประมาณ 2 ครั้ง (ท่านใดไม่ติดภารกิจ ขอเชิญร่วมเดินทางไปสำรวจด้วยกันครับ)

จึงประชาสัมพันธ์แจ้งสมาชิกกลุ่มเรารักษ์ป่าและนักสื่อความหมายทุกท่านมาเพื่อเตรียมความพร้อมครับ

 4 
 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2014, 06:52:29 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
โคราชโวยตัดไม้ใหญ่วางท่อก๊าซ

เมื่อวันที่ 15 ต.ค. นายกฤษติชัย สุขมังษา ประธานกลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์ธรรมชาติ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา กล่าวถึงกรณี บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ดำเนินการตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ เพื่อปรับพื้นที่ในการวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติว่า การขุดถนนบนถนนมิตรภาพ ตั้งแต่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ถึง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ระยะทางทั้งสิ้น 112 ก.ม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 28 นิ้ว ต้องโค่นต้นไม้ขนาดใหญ่ เช่น ไม้ประดู่ ไม้แดง และไม้เนื้อแข็ง อายุประมาณ 30-40 ปี

นายกฤษติชัยกล่าวอีกว่า ต้นไม้ขนาดใหญ่ในพื้นที่เขต ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง ถูกทำลายไปแล้วเป็นจำนวนมาก และจะถูกทำลายเป็นระยะทาง 112 ก.ม. ถือว่าเป็นการทำลายทรัพยากรของแผ่นดิน ทำให้สิ่งแวดล้อมเสียหาย รัฐต้องสูญเสียงบประมาณในการปลูกและใช้เวลาดูแลนาน อีกทั้งการขุดถนนยังทำให้เกิดฝุ่นละอองเป็นมลพิษทางอากาศ จึงอยากให้รัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบลงมาตรวจสอบ

ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด / ๑๖ ต.ค.๕๗

 5 
 เมื่อ: ตุลาคม 03, 2014, 10:20:09 AM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
ทส.เตรียมปรับอุทยานฯสู่สากล

เมื่อวันที่ 2 ต.ค. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยหลังประชุมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และแหล่งท่องเที่ยวทั่วไปว่า กรมอุทยานฯมีแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานฯ 148 แห่ง มีแผนจะพัฒนาปรับปรุงให้มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับโลก มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีความปลอดภัย และคงความเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะต้องดูรายละเอียดหารูปแบบที่เหมาะสม เรื่องตั๋วเข้าอุทยานฯแบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้สอดคล้องกับกระทรวงการท่องเที่ยวฯ คาดว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงไม่เกิน 1 ปี โดยจะนำร่องในอุทยานฯ อินทนนท์ จ.เชียงใหม่ อุทยานฯ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา อุทยานฯ เอราวัณ จ.กาญจนบุรี และอุทยานฯ อ่าวพังงา จ.พังงา

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ มีโครงการไทยแลนด์เกตเวย์หรือทัวริสต์เกตเวย์ เพื่อเชื่อมโยงตั้งแต่เรื่องการจองตั๋วเครื่องบิน ข้อมูลวีซ่า และเชื่อมโยงกับระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ของกรมอุทยานฯ

ส่วนนายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานฯกล่าวว่า จะปรับปรุงสำนักงานที่ทำการและบ้านพักที่เก่าทรุดโทรม ให้มีสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องน้ำสำหรับคนชรา คนพิการ ด้านความปลอดภัยจะติดกล้องวงจรปิดทางเข้าออกอุทยานฯ งบประมาณจะใช้จากเงินรายได้ของกรมอุทยานฯ หรือซีเอสอาร์จากภาคเอกชน พร้อมจัดประกวดออกแบบรูปแบบอาคารที่จะนำมาปรับปรุงใน 4 อุทยานฯ เพื่อให้มีความทันสมัย เป็นสากล และกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม

ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด / ๒ ต.ค.๕๗

 6 
 เมื่อ: กันยายน 01, 2014, 07:05:16 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
ทส.สั่งปรับขึ้นค่าเข้า 31 อุทยานแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 31 ส.ค. นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ออกประกาศกรมอุทยานฯ เรื่องการกำหนดอัตราค่าบริการสำหรับบุคคลที่เข้าไปในเขตอุทยานฯ จำนวน 31 แห่ง โดยให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.2558 เป็นต้นไป ดังนี้

ค่าบริการชาวไทย เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท ชาวต่างประเทศ เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 200 บาท จำนวน 9 อุทยานฯ ประกอบด้วย ทับลาน จ.ปราจีนบุรี ตาพระยา จ.สระแก้ว เขาหลัก-ลำรู่ จ.กระบี่ หมู่เกาะเภตรา แก่งตะนะ ภูสระดอกบัว จ.อุบลราชธานี ภูผาเทิบ จ.มุกดาหาร ภูพาน จ.สกลนคร และภูลังกา จ.นครพนม

อัตราค่าบริการ สำหรับชาวไทย เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 200 บาท จำนวน 3 แห่ง คือ ป่าหินงาม จ.ชัยภูมิ รามคำแหง จ.สุโขทัย และแม่เมย จ.ตาก

อัตราค่าบริการ ชาวไทย เด็ก 40 บาท ผู้ใหญ่ 100 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 200 บาท ผู้ใหญ่ 300 บาท จำนวน 1 แห่ง คือ อุทยานฯ แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

อัตราค่าบริการ ชาวไทย เด็ก 50 บาทผู้ใหญ่ 100 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 200 บาท ผู้ใหญ่ 300 บาท จำนวน 3 แห่ง คือ เขื่อนศรีนครินทร์ ไทรโยค และเอราวัณ จ.กาญจนบุรี

อัตราค่าบริการ ชาวไทย เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 150 ผู้ใหญ่ 300 บาท จำนวน 2 แห่ง คือ เขาสก และหมู่เกาะอ่างทอง จ.สุราษฎร์ธานี

อัตราค่าบริการชาวไทย เด็ก 50 บาท ผู้ใหญ่ 100 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 300 บาท ผู้ใหญ่ 500 บาท จำนวน 2 แห่ง คือ หมู่เกาะสุรินทร์ และหมู่เกาะสิมิลัน จ.กระบี่

อัตราค่าบริการ ชาวไทย เด็ก 30 บาท ผู้ใหญ่ 60 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 300 บาท จำนวน 2 แห่ง คือ ธารโบกขรณี จ.กระบี่ และอ่าวพังงา จ.พังงา

อัตราค่าบริการ ชาวไทย เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 200 บาท ผู้ใหญ่ 400 บาท จำนวน 3 แห่ง คือ ภูจอง- นายอย ผาแต้ม จ.อุบลราชธานี และพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ

อัตราค่าบริการ ชาวไทย เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 300 บาท ผู้ใหญ่ 500 บาท จำนวน 2 แห่ง คือ ทุ่งแสลงหลวง และภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก

อัตราค่าบริการชาวไทย เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 300 บาท จำนวน 1 แห่ง คือ อุทยานฯ น้ำตกชาติตระการ

อัตราค่าบริการ สำหรับชาวไทย เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 50 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 150 บาท ผู้ใหญ่ 300 บาท จำนวน 3 แห่ง คือ ดอยอินทนนท์ ดอยผ้าห่มปก และห้วยน้ำดัง จ.เชียงใหม่

นายนิพนธ์กล่าวว่า เรื่องนี้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่สมัยนายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี อดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ที่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาอัตราค่าเข้าอุทยานฯ ที่ เหมาะสม เพราะไม่ได้มีการปรับราคาเข้าอุทยานฯ มาหลายปีแล้ว โดยอัตราที่ได้ออกมานี้เป็นไปตามมติคณะกรรมการของกรมอุทยานฯ และฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นอัตราที่เหมาะสมกับสภาพปัจจุบันที่ได้มีการปรับปรุงสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว

ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด / ๑ กันยายน ๒๕๕๗

 7 
 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2014, 03:56:38 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
มทส.ถอดบทเรียน นศ.หลงป่า ป้องเกิดเหตุซ้ำ หลังเดินสำรวจภาคสนามอุทยานฯ ทับลาน

วันที่ 26 ส.ค. รองศาสตราจารย์ เรืออากาศเอก ดร.กนต์ธร ชำนิประศาสน์ คณบดีสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) นครราชสีมา เปิดเผยข้อเท็จจริงกรณีนักศึกษา ชั้นปี 4 สาขาวิศวกรรมธรณี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทส. พลัดหลงในระหว่างเดินเท้าสำรวจภาคสนาม บริเวณน้ำตกสวนห้อม เขตอุทยานแห่งชาติทับลาน พื้นที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ว่า ในรายวิชา 538418 Geological Engineering Project แผนการเรียนการสอน ได้ระบุให้กับนักศึกษาชั้นปี 4 ต้องมีทักษะในการสำรวจพื้นที่ เพื่อเก็บข้อมูลของลักษณะหินและลักษณะดิน เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลออกแบบโครงสร้างทางวิศวกรรม เช่น การสร้างสะพาน เขื่อน อุโมงค์ฯ โดยก่อนจะถึงชั้นปี 4 ซึ่งออกฝึกภาคสนามจริง นักศึกษาจะต้องผ่านการเรียนภาคทฤษฎี ฝึกหัดการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ วิธีการเก็บข้อมูล และวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล ในรายวิชา รวมทั้งฝึกประสบการณ์การออกสำรวจป่าที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของอาจารย์โดยตลอด

ลำดับเหตุการณ์ นักศึกษา 17 คน ได้ลงทะเบียนเรียนรายวิชานี้ ซึ่งมีอาจารย์ 2 คน และนักศึกษาระดับปริญญาโท ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยสอนอีก 4 คน ได้ให้คำแนะนำในการออกปฏิบัติการนอกสนาม โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มๆ ละ 3 คน 6 กลุ่ม แต่ละกลุ่มจะมีผู้ชายอย่างน้อย 1 คน อยู่ภายใต้การดูแลของอาจารย์ และผู้ช่วยสอน เพื่อเดินเท้าสำรวจรอบค่ายฝึกพื้นที่ขนาด 3 ตารางกิโลเมตร ใช้เวลา 7 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยมีกฎ กติกา ห้ามปีนขึ้นเขา ห้ามโรยตัว ห้ามตัดหรือฟันต้นไม้ และนักศึกษาต้องเริ่มเดินกลับก่อน 15.00 น. เพื่อให้ถึงค่ายพัก ก่อนเวลา 17.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่มีแสงอาทิตย์อยู่ การออกภาคสนามทุกกลุ่ม จะได้รับแจกแผนที่ เข็มทิศ และมีโทรศัพท์เคลื่อนที่ แบบที่มี GPS เพื่อที่จะได้ทราบพิกัดของตัวเองตลอดเวลา

ซึ่งนักศึกษา 2 กลุ่มๆ ละ 3 คน รวม 6 คน ได้ออกสำรวจในเส้นทางเดียวกัน แต่พบต้นไม้และกิ่งไม้ค่อนข้างมาก นักศึกษาจึงโรยตัว เพื่อเดินไปตามทางที่เป็นร่องน้ำ เนื่องจากความชันของพื้นที่ ทำให้นักศึกษาไม่สามารถปีนกลับขึ้นมาใช้เส้นทางเดิมได้ จนเมื่อเวลา 16.00 น. อาจารย์ที่ปรึกษาได้รับโทรศัพท์จากนักศึกษาทั้ง 2 กลุ่ม ว่าไม่สามารถเดินทางกลับเข้าที่พักได้ จากพิกัดที่นักศึกษาให้อยู่ห่างจากที่พักประมาณ 1.5 กิโลเมตร จึงแนะนำให้นักศึกษาใช้เส้นทางที่จะกลับเข้าค่ายใหม่ ซึ่งง่ายกว่าเดิม แต่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากการสื่อสารผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทำให้ใช้เส้นทางผิดและเดินห่างออกไปอีก

ต่อมาเมื่อเวลา 18.00 น. ได้รับการติดต่ออีกครั้งหนึ่ง อาจารย์ได้แนะนำเส้นทางที่อยู่ใกล้กับจุดที่มีกลุ่มพี่เลี้ยงอยู่ แต่ด้วยความเข้าใจกับพิกัดคลาดเคลื่อน จึงเดินลึกเข้าไปอีก จนกระทั่งเวลา 19.00 น. อาจารย์ได้สั่งให้นักศึกษาหยุดอยู่กับที่ เพราะเป็นเวลาพลบค่ำ และทราบพิกัดที่ชัดเจนแล้ว โดยส่งกลุ่มเพื่อนและชาวบ้านเดินเข้าไปรับ ทีมค้นหาประกอบด้วย นักศึกษา 6 คน ชาวบ้าน 7 คน ได้กำหนดเส้นทาง เพื่อเดินเข้าไปรับนักศึกษาตามที่ทราบพิกัด ซึ่งมีระยะห่างออกไป 2 กิโลเมตร แต่เนื่องจากเป็นเวลากลางคืนและเป็นพื้นที่ป่า จึงใช้ระยะเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จึงสามารถเข้าไปรับนักศึกษากลุ่มนี้ออกมาได้ โดยได้พบนักศึกษาในเวลา 23.00 น.

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดจากการไม่ปฏิบัติตามกฎของการฝึกอย่างเคร่งครัดและนักศึกษาขาดประสบการณ์และความชำนาญในพื้นที่ ทั้งนี้ สาขาวิชาวิศวกรรมธรณีได้ใช้พื้นที่การฝึกดังกล่าวในการเรียนการสอนมาเกือบ 20 ปี จึงเชื่อได้ว่า แม้จะเกิดเหตุการณ์นักศึกษาพลัดหลงจริง ทีมผู้ควบคุมการฝึกก็สามารถจะค้นหาจนพบ เพราะทราบพิกัดและมีสัญญาณติดต่อประสานกันได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ จากอดีตที่ผ่านมา ไม่เคยปรากฏว่าพบนักศึกษาหลงทางและได้รับอันตรายแต่อย่างใด ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางสาขาวิชาจะให้ความระมัดระวังและเพิ่มความเข้มงวดในการเข้าพื้นที่มากยิ่งขึ้น

สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และสาขาวิชาวิศวกรรมธรณี ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฮุก.31 และชาวบ้านในพื้นที่ สนธิกำลังช่วยเหลือนักศึกษาจนสามารถกลับเข้าที่พักได้โดยสวัสดิภาพ เราจะใช้เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ในการฝึกอบรมนักศึกษา ในการออกสำรวจในครั้งต่อๆ ไป 

ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด / ๒๖ ส.ค.๕๗

 8 
 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2014, 12:08:03 AM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
จับแก๊งตัดไม้พะยูงป่า "ทับลาน"

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 11 ส.ค. ที่ สภ.ครบุรี จ.นครราชสีมา พ.ต.ท.สุรัตน์ หงษ์ชู หน.ฉก.ภ.จ.นครราชสีมา พร้อม พ.ต.ท.ถิรวุฒิ พิศุทธิ์เศรษฐ์ศิริ สว.สส.สภ.ครบุรี แถลงจับกุมนายพิสิษฐ์ พุมมา อายุ 33 ปี นายนัฐวุธ สุขสุด อายุ 19 ปี นายยอดธง ชุมภักดี อายุ 24 ปี นายเกรียงไกร สีหามาตย์ อายุ 23 ปี น.ส.พจนีย์ คูณกลาง อายุ 26 ปี และ นายอภิสิทธิ์ โพธิสุนทร อายุ 22 ปี พร้อมไม้พะยูง 6 ท่อน ปริมาตรรวม 0.65 ลบ.ม. มูลค่า 6 แสนบาท รถเก๋งฮอนด้าแจ๊ซ สีบรอนซ์ ทะเบียน กก 5505 นครปฐม รถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ ทะเบียน 1 ฒข 1329 กรุงเทพ รถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน 3 กข 251 กรุงเทพ และมือถือ 8 เครื่อง

พ.ต.ท.สุรัตน์กล่าวว่า ชุดสืบสวนทราบว่าจะมีขบวนการลักลอบขนไม้พะยูงออกจากอุทยานทับลาน ใช้เส้นทางผ่าน ต.เฉลียง อ.ครบุรี จึงนำกำลังดักซุ่มพบรถเก๋งฮอนด้าแจ๊ซ แล่นผ่านบ้านโคกกรวด ต.เฉลียง ตรวจค้นพบนายนัฐวุธ เป็นคนขับ ในรถดัดแปลงโดยนำเบาะนั่งด้านหลังออก พบไม้พะยูง 6 ท่อน จึงควบคุมตัวไปขยายผลจับกุมรถกระบะ วีโก้ ซึ่งเป็นรถนำทาง ได้ที่ถนนมาบตะโกเอน-ดอนแขวน มีนายยอดธง เป็นคนขับ และนายพิสิษฐ์ นายทุนซื้อไม้พะยูง นั่งมาด้วย ส่วนนายเกรียงไกร น.ส.พจนีย์ และ นายอภิสิทธิ์ ขณะขับรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ แล่นตามหลังมา

สอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ โดยนายพิสิษฐ์ นายทุนรับเงินจากชาวลาวมาซื้อไม้พะยูง จากนั้นให้นายยอดธง ชาวบ้านในพื้นที่ตระเวนหาซื้อไม้ เมื่อได้ของตามที่ต้องการ จะสั่งการให้ลูกสมุนขนไม้ออกมา โดยทำสำเร็จมาแล้ว 3 ครั้ง ทั้งนี้จากการตรวจประวัตินายอภิสิทธิ์ ยังเป็นผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับในคดียาเสพติดของ สภ.เมือง จ.ชลบุรี จึงควบคุมตัวทั้งหมดส่งดำเนินคดีต่อไป

ที่มา :  น.ส.พ.ข่าวสด / ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๗

 9 
 เมื่อ: สิงหาคม 08, 2014, 05:42:49 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
จับไม้พะยูง อช.ทับลาน ๓ คดี #๖-๗ ส.ค.๕๗

๑. เมื่อ ๖ ส.ค.๒๕๕๗ เวลา ๑๖.๐๐ น. นายเชิด  คงชุ่มชื่น พนักงานพิทักษ์ป่า พร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจอุทยานฯ ทับลาน ได้ร่วมกันออกปราบปรามจับกุมขบวนการลักลอบขนไม้พะยูงจากเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า บริเวณป่าด่านละกอล่าง ต.โนนสมบูรณ์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา มีการลักลอบตัดไม้พะยูง จนท.ชุดจับกุมจึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณดังกล่าวพบไม้พะยูง จำนวน ๓ ท่อน ปริมาตร ๐.๒๕ ลบ.ม. จึงได้ดำเนินการตรวจยึดและนำส่ง พงส.สภ.เสิงสาง เพื่อดำเนินดคีต่อไป

๒. เมื่อ ๖ ส.ค.๒๕๕๗ เวลา ๑๗.๓๐ น. นายเชิด  คงชุ่มชื่น พนักงานพิทักษ์ป่า พร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจอุทยานฯ ทับลาน ได้ร่วมกันออกปราบปรามจับกุมขบวนการลักลอบขนไม้พะยูง จากเขตอุทยานฯ ทับลาน ตามที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า บริเวณป่าดงมะไฟ ต.โนนสมบูรณ์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา มีไม้พะยูงซุกซ่อนอยู่ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเข้าตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบไม้พะยูง จำนวน ๔ แผ่น ปริมาตร ๐.๑๖ ลบ.ม., รถ จยย.ยามาฮ่า เจอาร์ สีฟ้า ไม่ติดแผ่นป้าย ๑ คัน จึงได้ดำเนินการตรวจยึดและนำส่ง พงส.สภ.เสิงสาง เพื่อดำเนินคดีต่อไป

๓. เมื่อ ๗ ส.ค.๒๕๕๗ เวลา ๐๘.๓๐ น. นายเชิด  คงชุ่มชื่น พนักงานพิทักษ์ป่า พร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจอุทยานฯ ทับลาน ได้ร่วมกันออกปราบปรามจับกุมขบวนการลักลอบขนไม้พะยูง จากเขตอุทยานฯ ทับลาน ตามที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า บริเวณป่าด่านละกอล่าง ต.โนนสมบูรณ์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา มีกลุ่มบุคคลลักลอบตัดไม้พะยูง เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมไปถึงบริเวณดังกล่าว พบบุคคลจำนวน ๓ คน นั่งพักอยู่ข้างรถเข็นบรรทุกไม้ จึงร่วมกันทำการจับกุมตัว ได้แก่
   (๑) นายไพโรจน์ การสร้าง อายุ ๓๗ ปี บ้านเลขที่ ๕๖ ม๑ ต.โนนธาตุ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น
   (๒) นายสาคร  ชาติครบุรี อายุ ๒๗ ปี บ้านเลขที่ ๑๒๖ ม.๓ ต.กุดโบสถ์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา
   (๓) นายชนิล  การสร้าง อายุ ๑๙ ปี บ้านเลขที่ ๕๖ ม๑ ต.โนนธาตุ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น
ในฐานความผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ และตรวจึดไม้พะยูง จำนวน ๔ แผ่น ปริมาตร ๐.๑๓ ลบ.ม., รถ จยย.ยามาฮ่า สีแดง ไม่ติดแผ่นป้าย ๑ คัน, รถ จยย.ฮอนด้า เวฟ ๑๐๐ สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้าย ๑ คัน, รถเข็น จำนวน ๒ คัน โทรศัพท์มือถือ จำนวน ๒ เครื่อง จึงร่วมกันตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน และนำส่ง พงส.สภ.เสิงสาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 10 
 เมื่อ: สิงหาคม 08, 2014, 05:16:51 PM 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
ตราด-ยึดไม้พะยูง

วันที่ 7 ส.ค. นายนิมิตร ธรรมสาโร หัวหน้าหน่วยรักษาป่าที่ 1 พร้อม อส.แหลมงอบ ตชด.และตำรวจ ปทส. เข้าตรวจค้นพื้นที่ว่าง บริเวณถนนเข้าสะพานอนุสรณ์กรมหลวงชุมพรฯ อ.แหลมงอบ จ.ตราด พบกองไม้พะยูง 32 ท่อน มูลค่ากว่า 2 แสนบาท เตรียมส่งออกทางทะเล นายนิมิตรกล่าวว่า ที่ผ่านมามีการลำเลียงไม้ออกจาก อ.แหลมงอบ หลายครั้ง แต่จับกุมไม่ได้ เนื่องจากผู้ลักลอบมักเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยๆ ครั้งนี้หากส่งออกได้จะมีมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

ที่มา : น.ส.พ.ข่าวสด / ๘ สิงหาคม ๒๕๕๗

หน้า: [1] 2 3 ... 10